ปาฐกถา ณ วัดปัญญานันทาราม
วันที่ 16 มีนาคม 2542
ทางศาสนาจึงตั้งระบบไว้ว่า วันพระเป็นวันชำระสะสาง เป็นวันที่ควรจะได้ใช้สติปัญญา พิจารณาตัวเอง ตักเตือนตัวเอง แก้ไขตัวเอง ก็เราทุกคนที่เกิดมามีชีวิตอยู่ในโลกนี้ ควรจะอยู่ด้วยความคิดว่าเราอยู่เพื่อความดีขึ้น อยู่เพื่อความดีขึ้น อยู่เพื่อความสะอาด อยู่เพื่อความสงบ อยู่เพื่อความสว่าง ไม่ใช่อยู่เพื่อความสกปรก เร่าร้อนวุ่นวาย ถ้าอยู่เพื่อความสกปรก ชีวิตลดค่าลดราคา จะไม่มีความหมาย ไม่มีคุณค่าสมกับที่เราเกิดมาเป็นผู้เป็นคน เพราะฉะนั้น เราจึงต้องมีการชำระสะสางบ่อย ๆ ความจริงก็ควรชำระกันทุกวัน สะสางกันทุกวัน แต่บางทีก็ลืมไป เพียงกำหนดไว้ว่า 7 วัน เป็นวันหยุดงาน พักผ่อน แล้วก็ควรจะได้ชำระสะสางกายวาจา ใจ ของเราให้สะอาด ปราศจากสิ่งเศร้าหมองใจ
การเข้ามาชำระสะสางจิตใจนั้น เรียกว่าเข้ามาอยู่เพื่อปฏิบัติธรรม ตามภาษาธรรมะเขาเรียกว่า เข้าอยู่อุโบสถ อุโบสถ แปลว่าการเข้าไปอยู่ในกรอบของศีลธรรม ไม่ปล่อยตัวปล่อยใจไปตามอารมณ์ ตามสิ่งแวดล้อม เพื่อแก้ไขตัวเอง เพื่อจะได้รู้จักตัวเอง เพื่อจะได้รู้ว่ามีอะไรมันเกิดขึ้นในใจของเรา เพื่อจะรู้ว่า สิ่งนั้นว่าเกิดอยู่ในตัวเรา มันให้อะไรแก่เรา ให้ความทุกข์ ให้ความสุข ให้ความเสื่อม ให้ความเจริญอย่างไร ถ้ารู้ว่ามันเป็นไปเพื่อความทุกข์ เพื่อความเสื่อม เราก็ต้องชำระสะสางเอาสิ่งนั้น ออกไปจากจิตใจ เครื่องมือสำหรับชำระสะสางจิตใจนั้น ก็คือหลักศีลธรรม คำสอนในทางพระศาสนา เราเป็นผู้นับถือพุทธศาสนา เราก็เอาหลักศีลธรรม คำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นเครื่องมือสำหรับชำระสะสางชีวิตจิตใจ ให้ผ่องใส ให้สะอาดปราศจากสิ่งที่เป็นทุกข์เป็นโทษ ถ้าเราไม่ต้องการชำระสะสางชีวิตจิตใจ เราก็จะมีทุกข์มากขึ้น มีความไม่สะอาดมากขึ้น ก็เกิดเป็นปัญหา ปัญหาไม่ได้เกิดเฉพาะตัว แต่จะเกิดขึ้นแก่สังคม แก่ประเทศชาติ แก่ลูกก็ว่าได้ สังคมโลกในปัจจุบันนี้ มีสภาพอย่างไร ถ้าเราเอาไปเปรียบเทียบกับสมัยก่อน เมื่อสมัยที่พวกเราทั้งหลายยังเป็นเด็กน้อยๆ สมัยหลวงพ่อเป็นเด็ก ถ้าเอามาเปรียบเทียบกับในปัจจุบันแล้ว มันห่างไกลกัน คือในสมัยก่อน มันสะอาดกว่านี้ สงบกว่านี้ สว่างกว่านี้ อยู่กันด้วยความรัก ความปรารถนาดีต่อกันมากกว่า แต่มาในปัจจุบันนี้ อยู่กันด้วยความโกรธ อยู่กันด้วยความเกลียด อยู่กันด้วยความพยาบาท อาฆาตจองเวร อาชญากรรมต่างๆ เพิ่มมากขึ้น คือจากพวกเราที่เป็นตำรวจ รู้ดีว่าอาชญากรรมมีสภาพอย่างไร เกิดมากขนาดไหน เรารู้ดีกันอยู่ทั้งนั้น ทำไมสิ่งเหล่านั้นจึงเกิดมากขึ้น ก็เพราะว่าโลกในปัจจุบันนี้ มันมีความเจริญ เราเรียกว่าเป็นความเจริญทางวัตถุ ความเจริญทางวัตถุมันเป็นการเพิ่มความรก ความรุงรังให้เกิดขึ้นในโลก และความรกความรุงรังนั้น เป็นเหยื่อล่อจิตสะกิดใจ ให้เกิดความคิดในทางอยากมีอยากได้ อยากเป็นกันด้วยประการต่างๆ ไม่รู้จักบังคับตัวเอง ไม่รู้จักควบคุมตัวเอง ชอบปล่อยตัวปล่อยใจไปตามกระแสโลก เป็นอยู่เหมือนกับปลาตาย ไม่ได้เป็นอยู่แบบปลาเป็น ปลาเป็นน่ะมันเป็นอย่างไร ปลาเป็นมันว่ายทวนน้ำ ปลาตายนั้นนอนหงายท้องไหลไปกับกระแสน้ำ ชาวญี่ปุ่นเขาเลี้ยงปลาชนิดหนึ่งไว้ในบ้าน เขาเรียกปลาคร๊าฟ ปลาคร๊าฟนี่ราคาค่อนข้างจะสูง เขาเลี้ยงไว้ทำไม เขาเลี้ยงไว้สอนลูก ให้รู้จักต่อสู้กับปัญหาชีวิต เพราะว่าถ้าเขาปล่อยน้ำให้ไหลเบาๆ ปลาก็ว่ายทวนกระแส ไหลแรงขึ้น ปลาก็กำลังแรงขึ้น ถ้าน้ำไหลเชี่ยว ปลาก็จะทวนกระแสอยู่ตลอดเวลา นั่นคือลักษณะปลาเป็น แต่ถ้าปลาตายแล้วมันไม่ว่ายทวนน้ำแล้ว มันหงายท้องแล้วก็ไหลไปตามกระแสน้ำ จนเน่าจนเปื่อยใช้อะไรไม่ได้ เขาก็สอนลูกเล็กเด็กน้อยเขา ว่าอยู่ในโลกต้องต่อสู้ ต้องมีชีวิตอย่างปลาเป็น อย่าอยู่อย่างปลาตาย เพราะถ้าอยู่อย่างปลาตายก็คือเราตาย ตายทั้งเป็น คนตายทั้งเป็นเป็นคนไม่มีราคา ไม่มีความหมาย จึงต้องต่อสู้ปัญหาชีวิตไม่ปล่อยตัวปล่อยใจให้ไหลไปกับอารมณ์ ไม่ให้ไหลไปความอยากที่เกิดขึ้น เรียกว่าอยู่ทวนกระแส ชีวิตที่สวนกระแสนั่นแหละ จะเป็นชีวิตที่สมบูรณ์ ชีวิตที่ไหลตามกระแส จะเป็นชีวิตที่ขาดตกบกพร่องไม่เป็นไทย ไม่เป็นมนุษย์ ไม่เป็นพุทธบริษัทที่ถูกต้อง เพราะมันไหลเรื่อยไป กับอารมณ์กับสิ่งแวดล้อม อยู่อย่างนี้ไม่มีราคา ไม่มีความหมาย เราคนไทยจะไม่อยู่อย่างปลาตาย แต่เราอยู่อย่างปลาเป็น เราคนไทยต้องมีจิตใจสูงไม่ปล่อยให้ตกต่ำ ไม่ให้ความชั่วครอบงำ เราเป็นไทยต้องอยู่อย่างเป็นพุทธะ พุทธะหมายความว่าอย่างไร หมายความว่าอยู่อย่างผู้รู้ อยู่อย่างผู้ตื่น อยู่อย่างผู้เบิกบานแจ่มใส ในรสพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า การปฏิบัติตนในชีวิตประจำวัน ชาวพุทธเราจะต้องเป็นคนตื่นตัว ว่องไว ก้าวหน้า ตื่นตัว ว่องไว ก้าวหน้าต้องท่องไว้ทุกวัน ตื่นเช้าต้องพูดกับตัวเองว่า ตื่นตัว ว่องไว ก้าวหน้า ตื่นตัวหมายความว่าเป็นผู้พร้อมที่จะทำหน้าที่ ใครมีหน้าที่อะไร หน้าที่นั่นแหละเป็นงานของเรา เป็นธรรมะของเรา ธรรมมะแปลตามตัวว่าหน้าที่ หน้าที่ใคร มีหน้าที่อะไร คิดถึงหน้าที่นั้น รักหน้าที่อันนั้น ขยันในหน้าที่นั้นเอาใจใส่ในหน้าที่นั้น ทำหน้าที่นั้นให้ถูกต้อง การทำหน้าที่ให้ถูกต้องเรียกว่าเราประพฤติธรรม แต่ถ้าเราทำหน้าที่ไม่ถูกต้อง ก็เรียกว่าเราไม่ประพฤติธรรม เมื่อเราไม่ประพฤติธรรม ธรรมะก็จะทิ้งเราไม่รักษาเรา ไม่คุ้มครองเรา เราก็ตกอยู่ในสภาพลำบาก มีความทุกข์ มีความเดือดร้อนใจด้วยประการต่าง ๆ เพราะเราทำหน้าที่ไม่ถูกต้อง ทางพุทธศาสนาสอนว่า ทุกคนจงทำหน้าที่ให้ถูกต้อง เมื่อเราทำหน้าที่ถูกต้อง ทุกอย่างเรียบร้อย ถ้าเราทำหน้าที่ถูกต้อง ทุกอย่างเรียบร้อย แต่ถ้าเราทำหน้าที่ไม่ถูกต้อง ก็มีความบกพร่องเกิดขึ้นในชีวิต เมื่อความบกพร่องเกิดขึ้น เราก็มีความทุกข์ มีความเดือดร้อนใจ เวลามีความทุกข์มีความเดือดร้อนใจ ก็ยังไม่แสวงหาปัญญา ยังมีความโง่ครอบงำจิตใจอยู่ คือไม่รู้ว่าทุกข์คืออะไรไม่รู้ว่าเหตุมันอยู่ที่ไหน ไม่รู้ว่าทุกข์เป็นเรื่องแก้ได้ แล้วไม่รู้ว่าจะแก้อย่างไร นี่คือความโง่ชนิดหนึ่งในทางพุทธศาสนา แต่ถ้าเราเรียนรู้ เรารู้ว่าทุกข์คืออะไร มันเกิดจากอะไรทุกข์แก้ได้ แก้ได้โดยวิธีใด เราก็สามารถจะแก้ไขปัญหานั้นได้ เป็นชาวพุทธต้องฉลาดในขบวนการของชีวิต คือต้องรู้ว่าอะไรเกิดขึ้น อะไรตั้งอยู่ในใจของเรา สิ่งนั้นมันคืออะไร มันเกิดจากอะไรและเราควรจะแก้ไขสิ่งนั้นอย่างไร ตามปกติคนไทยเรานั้น พูดอย่างตรงไปตรงมา มีความโง่มาก โง่หลายเปอร์เซ็น ความโง่อันนั้นคือไม่รู้จักพุทธศาสนา ไม่เรียนรู้คำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่มีความเชื่อที่ถูกต้อง ตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า แต่มีความเชื่อเหลวไหล เป็นความเชื่อแบบไสยศาสตร์ แบบโง่ๆ งมงาย พระสงฆ์องค์เจ้าก็มีไม่ใช่น้อยที่มีความโง่ ความงมงาย ไม่สอนพุทธศาสน์ให้แก่ประชาชน แต่ว่าสอนไสยาศาสตร์ พวกเรานี่ชอบ ตำรวจนี่ชอบพระปัญญาอ่อน พระที่สอนไสยาศาสตร์ ชอบไปให้หาไปให้พระเขกกบาล ให้พระถ่มน้ำลายรดหัว ยิ่งทำก็ยิ่งโง่ โง่ทั้งผู้ทำและผู้ถูกทำ อะไรมันไม่ดีขึ้น แต่ส่งเสริมกันอย่างนั้น นายตำรวจชั้นพลตำรวจเอก นั่งเฮลิปคอบเตอร์ไปหาหลวงพ่อคูณ ไปนั่งให้หลวงพ่อคูณเขกหัว โทรทัศน์ถ่ายภาพมาด้วย พอเขกหัวแล้วหลวงพ่อคูณจับหัวมาถ่มน้ำลายรดหัว 3 ครั้ง หลวงพ่อเห็นแล้วขายหน้า ขายหน้าจนเหลือเกิน ขายหน้าว่าเป็นถึงพลตำรวจเอก ยังเป็นนายพลตำรวจปัญญาอ่อน ยังเป็นเด็กอมมือ ไปให้หลวงพ่อเขกกบาล แล้วพระที่เขกก็ปัญญาอ่อนเหมือนกัน ไม่ได้ส่งเสริมความฉลาดของคน อันนี้มีทั่วไปในประเทศไทย พระที่มีชื่อเสียงโด่งดังเรียกว่าอาจารย์ อาจารย์ทั้งหลายนั้นเป็นพระปัญญาอ่อนทั้งนั้น ส่งเสริมแต่เรื่องปัญญาอ่อนกับชาวบ้าน ไม่ส่งเสริมความเชื่อที่ถูกทางของแบบพุทธศาสนา แล้วคนก็โง่กันเรื่อยไป โง่ตั้งแต่หัวหน้าประเทศ คือนายก แต่นายกชวนนี่ไม่รู้ เพราะแกไม่เชื่อสิ่งเหลวไหล ไปหาหลวงพ่อคูณแก่นั่งไกลแกไม่ให้เขกหัวแก ไม่เข้าไปใกล้ให้หลวงพ่อถ่มน้ำหมากใส่หัว แกนั่งไกลๆ พูดคุยกันหลายเรื่อง ขัดคอกัน ก็มีหลวงพ่อคูณว่างั้น แกว่าอย่างนั้น มันไม่ใช่ครับ มันต้องทำตามตัวบทกฎหมาย แล้วท่านก็ลาหลวงพ่อไม่มีโอกาสเขกกบาลแก คุณชวนนี่แกเป็นคนเชื่อถูกทาง แกเป็นลูกศิษย์ท่านเจ้าคุณพุทธทาส ท่านพุทธทาสสอนสัจจะ สอนความจริงให้ชาวพุทธตื่นตัว ว่องไว ก้าวหน้า ไม่ได้สอนสิ่งเหลวไหล คราวหนึ่งมีทหารโรงเรียนป้องกันราชอาณาจักร ไปปักษ์ใต้ ไปแวะเยี่ยมท่านพุทธทาส ท่านก็เทศน์สอนอะไรต่ออะไรแล้ว มีท่านผู้หนึ่งเป็นหัวหน้าก้มหัวเข้าไป ใต้เท้าครับ ช่วยเขกกบาลผมหน่อย ท่านพุทธทาสตอบว่าอย่างไร บอกว่าในคำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่ได้สอนไว้ให้พระเขกกบาลคน ไม่ให้พระรดน้ำลายใส่หัวคน นายทหารถอยกรูดออกมาด้วยความกะดาก เธอไปขอในสิ่งที่ไม่ควรขอ ไม่รู้จักกาละเทศะ ว่าท่านพุทธทาสท่านไม่ใช่พระเขกกบาลคน แต่ว่าฟอกจิตใจคนให้สะอาด ปราศจากความชั่วร้าย ปราศจากความสงสัยมันเป็นอย่างนั้น ท่านมากรุงเทพฯ คนไปหาท่านนับถ้วน แต่ถ้าหลวงพ่อขลังมากรุงเทพฯ แน่นเลย พวกปัญญาอ่อนเยอะไปหา ไปขอตระกรุด ไปขอพระ ไปขอน้ำมนต์ ไปให้ก้มหัวเขกกบาล นี่คนปัญญาอ่อนชอบ เป็นความผิดของใคร ที่ชาวพุทธไทยเราเป็นคนปัญญาอ่อนอย่างนั้น พูดไม่เกรงใจ เป็นความผิดของพระ ถ้าเราทำผิดคือไม่สอนคนให้ฉลาด เอาใจคนแบบโง่ ๆ แล้วเก็บสตางค์จากความโง่นั้น มาทำอะไรกันต่อไป หลวงพ่อไม่ชอบวิธีการนั้น ตั้งใจมานานตั้งแต่เป็นหนุ่มน้อยที่จะสอนธรรมะ จะสอนแต่สิ่งที่ถูกต้อง อยากทำลายความโง่ ความงมงาย ความหลงผิด ความเข้าใจผิดของพุทธบริษัทให้มันหายไป แล้วก็เทศน์ยืน มีหลักการยืนอยู่จุดเดียว ว่าเทศน์ ให้คนฉลาด ไม่ใช่เทศน์ให้คนโง่คนงมงาย วัดชลประทานไม่มีสิ่งเหลวไหล ใครไปวัดก็ได้รับคำสอนคำเตือนที่ถูกต้อง ใครไปขออะไรเช่น ขอรดน้ำมนต์ หลวงพ่อไม่รดให้แต่รดธรรมลงไปในใจของเขา อธิบายให้เข้าใจว่าอะไรเป็นอะไรถูกต้อง ทำมาอย่างนี้ก็ไม่ได้ลำบากยากเข็ญอะไร ปัจจัยเงินทองก็ไม่ได้ฝืดได้เคือง คนเอาไปให้ ต้องการทำอะไรก็บอกประกาศทางวิทยุ โทรทัศน์ คนก็เอาไปให้ไม่มีเครื่องมือและไม่ให้พระเครื่อง ไม่ให้ของขลัง เหลวไหลไม่ให้ ให้แต่ธรรมะ พิมพ์มาเยอะๆ ใครมาทำบุญเอาไปอ่านบอกเขาไว้อ่านเสียมั่ง จะได้ฉลาดอยู่ในนี้ทั้งนั้นแหละ ของดีอยู่ในหนังสือนี้ คนเขาก็รับไปอ่านกัน ทำมาอย่างนี้ตั้งแต่หนุ่มจนบัดนี้อายุ 88 ปีแล้วก็ยังทำหน้าที่ต่อไป ไปเทศน์ที่ไหนก็เทศน์ให้คนฉลาด ไม่สอนคนให้โง่ ใครมาขออะไรโง่ๆ ไม่ให้ แล้วอธิบายให้เขาเข้าใจด้วย ว่าอะไรเป็นอะไรไปอย่างนั้น เพราะว่าถ้าเราปล่อยอย่างนั้น พุทธศาสนาหายหน้าหมด เหลืออยู่แต่ไสยศาสตร์เพื่อปลุกๆ เสกๆ ลงเลขลงยันต์รุงรังไปหมด นายตำรวจเราบางคนนะ ขอโทษ มีพระห้อยคอสิบกว่าองค์ แล้วก็กระทำความผิด ทำความผิดก็เลยถูกจับนั่งไปนอนในกองปราบ เครียดจะตาย จะตายขึ้นมาแล้ว พระสิบองค์ช่วยไม่ได้ เพราะไม่รู้จักพระ รู้จักแต่ตุ๊กตาแจกพระ รู้จักแต่พระเครื่องว่าแขวนเต็มคอเลย ผลที่สุดก็ถูกพิพากษา เพราะตัดสินว่าผิดเดี๋ยวนี้อยู่ในเรือนจำ เอาพระแขวนคอไว้ด้วย แขวนไว้ด้วยความโง่ ไม่ได้แขวนไว้ด้วยความถูกต้อง เราไปวัดไปไหว้พระ ที่ไปวัดไหว้พระกันอยู่ทั้งหมดนั้น ไหว้ด้วยแบบคอรัปชั่นทั้งนั้น เข้าใจไหม ทำแบบคอรัปชั่น คอรัปชั่นอย่างไร ไปบนบานศาลกล่าว ขอร้องวิงวอนให้พระช่วย ซึ่งมันผิดหลักการทางพุทธศาสนา พุทธศาสนาไม่มีการไหว้พระแบบนั้น แต่ว่าไปไหว้วิงวอนขอร้องบนบานศาลกล่าว ติดสินบนไว้ ถ้าสำเร็จคราวนี้ จะเอาทองมาปิดสักสิบแผ่น จะเอาหัวหมูมาถวาย จะเอาไก่มาถวาย จะเอาละครชาตรีมารำให้ดู อันนี้ทำด้วยความโง่เง่าเต่าตุ่น ไม่ได้สาระอะไร วัดใหญ่ๆ ที่พระศักดิ์สิทธิ์คนไปก็ไม่ได้อะไร เพราะไม่สอนอะไรกันเยอะ แต่เอาเงินนั้นไปใช้ในเรื่องไม่เข้าเรื่อง เอามาพิมพ์แผ่นพับแผ่นเล็กๆ แจกคนบ้าง ให้มันอ่านเสียบ้าง จะได้เกิดปัญญา เกิดความรู้ความฉลาด ไม่มีเลย หลวงพ่อไปดูในวัดอย่างนั้น ไม่มีธรรมะเลย มีแต่ขายพระเครื่อง ขายด้ายสีแดง ขายผ้ายันต์ ขายตะกรุด ขายแต่เรื่องบ้าๆ บอๆ ทั้งนั้น แล้วคนไทยจะดีขึ้นได้อย่างไร มันจะดีขึ้นได้อย่างไร ไปวัดก็ไปด้วยความโง่ความเขลา ถ้าไม่สอนไม่อธิบาย สถานที่สำคัญเช่นพระธาตุ คนไปไหว้พระธาตุ ไหว้แบบโง่ทั้งนั้น พระที่นั่งอยู่ก็แจกนั่นแจกนี่ ขายนั่นขายนี่ นั่งขายของไม่แจกธรรมะ แล้วคนมันจะดีขึ้นได้อย่างไร นี่ทั่วไปนะ ไม่มีใครพูดอย่างนี้นะเขากลัว หลวงพ่อไม่กลัวใคร พูดสิ่งถูกต้องไม่กลัว เป็นอยู่อย่างนี้ทั้งนั้น แล้วมันจะเจริญก้าวหน้าได้อย่างไร เด็กๆ นักศึกษากำลังเรียน ก็เอาไปทำพิธีอะไรน่ะ ไม่ได้สอนให้เข้าใจ ไม่สอนให้เชื่ออย่างถูกต้อง ความเชื่อที่ถูกต้องนั้นคือเชื่ออะไร เชื่อมั่นในพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เราต้องสอนให้เขาเข้าใจ ว่าพระพุทธคือใคร พระธรรมคืออะไร พระสงฆ์คืออะไร 3 อย่างนี้ถ้ารวมกันแล้วก็อันเดียว เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันคือธรรมะนั่นเอง ธรรมะเป็นจุดยอดของนิ้ว 3 นิ้ว ไอ้นิ้วแหละสำคัญมันยาวกว่าเพื่อน พระพุทธนิ้วชี้ ธรรมะนิ้วนี้ พระสงฆ์นิ้วนี้ นิ้วนี้สำคัญเพราะมันยาวกว่าเพื่อน นิ้วกลางนะสำคัญ แต่นี้เราไม่ได้สอนให้เข้าใจพระพุทธ สอนก็เป็นรูปปฏิหาริย์ ส่งเสริมแต่ความโง่ความงมงาย สอนปฏิหาริย์จากพระเครื่อง พระนั้น พระนี้ ชื่อแปลกๆ แล้วบอกว่าถ้ามีพระนี้แล้วจะร่ำรวยบ้าง อย่างนั้นมันเป็นไม่ได้ พระทำให้เรารวยไม่ได้ เราต้องทำงานต้องขยัน ต้องปฎิบัติถูกต้องตามหลักพระธรรม จึงจะเกิดอะไรขึ้น ความดี ความชั่ว ความสุข ความทุกข์ ความเสื่อม ความเจริญที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรานั้น ไม่ได้เกิดเพราะอะไรดลบันดาล อันนี้ให้เข้าใจดีนะ เราชอบใช้คำว่าดลบันดาลมาก วันปีใหม่นี่ คำว่าดลบันดาลใช้มากที่สุด ขอคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ในสากลโลก จงดลบันดาลให้ท่านมีความสุขตลอดปี นี่เขาเรียกว่าให้พรแบบบ้าๆ บอๆ ไม่ได้เรื่องอะไร อะไรจะมาดลบันดาลให้เราเป็นอะไร เป็นไม่ได้ พุทธศาสนาไม่มีคำว่าดลบันดาล พุทธศาสนาต้องทำเอาเอง ไม่ใช่ให้ดลบันดาล พระก็พูด พระเราก็ยังโง่แล้ว ขอคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงบันดาล อันนี้พูดเลอะแล้ว เมื่ออ้างพระรัตนตรัยแล้ว จะไปอ้างอื่นอีกไม่ได้ พระรัตนตรัยเป็นสิ่งสูงสุด เราอ้างอันเดียวพอ แต่ก็ไม่ถูกพูดว่าขอคุณพระศรีรัตนตรัย จงคุ้มครองน่ะไม่ได้ ต้องให้พรว่าท่านจงคุ้มครอง ด้วยการปฏิบัติตามคุณของพระธรรม ถูกต้อง ให้พรอย่างนั้นถูกต้อง หลวงพ่อไม่เคยให้อย่างอื่น แต่ให้ว่าขอให้ทุกคนปฏิบัติธรรมธรรมะ ที่ตัวปฏิบัติจะคุ้มครองเรา รักษาเราแต่ถ้าเราไม่ปฏิบัติธรรม ไม่มีอะไรรักษาเราได้ฉิบฉายทุกคน เข้าใจไหม ให้เข้าใจถูกต้อง แล้วจะไปเลอะเทอะเที่ยวไปทำอะไรต่ออะไร นี่วันก่อนปลัดกระทรวงกลาโหม รู้จักกัน พ่อแกก็รู้จักด้วย เป็นเจ้าเมืองพัทลุง ไปทำพิธีสะเดาะเคราะห์เมือง วันที่เท่าไหร่ เวลา 17.17 นาที บอกว่าดาวเสาร์ผ่านดาวเมือง ไอ้ดาวเมืองมันดวงไหน แล้วดาวเสาร์มันดวงไหน แล้วมันผ่านเวลานั้น ทำพิธีให้บ้านเมืองมันพ้นภัยเศรษฐกิจ มันพ้นไม่ได้ ไปทำพิธีที่เสาหลักเมืองมันพ้นไม่ได้ มันต้องสอนคนให้รู้จักช่วยตัวเอง พึ่งตัวเอง แก้ไขตัวเอง มันจึงจะได้ ไอ้ทำพิธีอย่างนั้น ทำแบบคนปัญญาอ่อน จะช่วยชาติช่วยบ้านเมืองได้อย่างไร มันไม่ถูกต้อง พระสวดประจำทำพิธีขอฝน มันจะตกได้อย่างไร ไปสวดมนต์ขอฝน มันไม่ถูกต้อง ฝนมันตกตามเรื่องของฝน ธรรมชาติแต่ในหลวงท่านช่วย ช่วยการทำฝนเทียม เอาสารเคมีใส่เรือบิน แล้วไปปล่อยในอากาศให้เกิดความชื้น เมฆจะได้มารวมตัว พอรวมตัวแล้วก็ตกลงมา ทำถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ทำแบบนั่งสวดให้ฝนตก ไปสวดกลางแจ้งด้วยนะ หัวแดงเชียว ถ้าพระผมน้อย ก็นั่งหัวแดง เหงื่อไหลไคลย้อย ช่วยให้ฝนตก มันจะตกได้อย่างไร มันไม่ตก ไปขอไม่ได้ มันต้องรู้เหตุรู้ผล ตามแบบวิทยาศาสตร์มันถึงจะใช้ได้ แต่ก็ทำกัน หลวงพ่อได้ฟังแล้วก็นึกยิ้มในใจ เฮ้อคิดแต่เรื่องไม่เข้าท่า ทำแต่เรื่องไม่มีเหตุผลมันไม่สมกับเป็นเมืองชาวพุทธ เมืองชาวพุทธเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแจ่มใส ชาวพุทะต้องเชื่อกฎแห่งกรรม ไอ้นี่สำคัญมาก เดี๋ยวนี้คนไม่เชื่อกฎแห่งกรรม มันก็ทำผิดแม้ต่อหน้าคน มันนึกว่าถ้าจับไม่ได้ไม่เป็นไร ไม่เห็นไม่เป็นไรมันนึกผิด ความจริงนั้นไอ้พวกสิบล้อมันเขียนท้ายรถ ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป แน่ะมันท้า นั่งรถไปโคราชรถสิบล้อเขียนอ้อ ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป อ้อ ไอ้สิบล้อนี่อ้างท่านปัญญาแล้ว เพราะท่านปัญญาท่านเทศน์เรื่องทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แล้วมันอ้างว่าทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป อย่างนี้มันไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ว่าได้อย่างไรมันไม่เข้าใจเขียนไว้ใต้รถแล้ว ลงคำถามอันใหญ่ อ้อนี่เราต้องเทศน์ต่อไป ให้คนเข้าใจ เพื่อให้เข้าใจว่า ดี ชั่ว สุข ทุกข์ เสื่อม เจริญ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรานั้น เกิดจากตัวเอง เกิดจากตัวเราเอง ไม่ได้เกิดจากดาว ไม่ได้เกิดจากดวง ไม่ได้เกิดจากโชคชะตาอะไร แต่มันเกิดจากตัวเรา เกิดอย่างไร เกิดจากความคิด เกิดจากการพูด เกิดจากการกระทำ เกิดจากการคบหาสมาคม เกิดจากการไปการมาในที่ต่างๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น เมื่อเกิดอะไรขึ้น เรามันมีความเชื่อผิดอยู่ในสมอง ไม่ยอมรับความจริง ว่าอะไรเป็นอะไรถูกต้อง ก็เลยไม่รู้จักแก้ไข ไปเชื่อฝังหัว ว่าสิ่งนั้นดลบันดาลสิ่งนี้ดลบันดาลไม่มี ไม่มีอะไรจะดลบันดาล ให้ใครเป็นอะไร ถ้าดลบันดาลได้คนไทยไม่ต้องทำอะไร เจริญกว่าญี่ปุ่นแล้ว แต่นี้เรายังไกลญี่ปุ่นลิบลับ ตื่นพร้อมกัน ตื่นในสมัยรัชกาลที่ 5 ญี่ปุ่นก็ตื่นสมัยนั้น แต่ญี่ปุ่นมันวิ่งจนไทยตามไม่ทันไปได้ วิ่งไปไกลลิบไทยเดินต้วมเตี้ยมเตาะแตะอยู่อย่างนี้ จะทำอะไรก็ต้องไปดูฤกษ์ดูยามเสียเวลา รัฐมนตรีได้รับมอบหมาย ให้ไปกระทรวงนั้นกระทรวงนี้ พอรับมอบหมายแล้วไปยืนเซ่ออยู่หน้ากระทรวง ยืนทำไม รอฤกษ์เสียเวลาของราชการ งานที่จะต้องเซ็นต้องสั่งมีเยอะแยะ ไปยืนเซ่ออยู่ตั้ง 40 นาที รอเวลาเข้าไป แล้วก็ไม่เรียบร้อย คอรัปชั่นกันเหลือเกิน ทำให้บ้านเมืองเสียหาย ถือไม่เข้าเรื่อง เรียกว่ามันไม่ถูกต้อง เราไม่ต้อง พระพุทธเจ้าเราไม่ได้สอนให้ถืออย่างนั้น ไม่ได้ถือฤกษ์ถือยาม เวลาไม่ดีไม่ชั่ว เวลาเช้า สาย บ่าย เย็น ไม่ดีไม่ชั่ว มันดีตรงเราทำดีใส่ลงไป มันชั่วตรงเราทำชั่วใส่ลงไป เวลาเรามานั่งตรงนี้ เพื่อฟังธรรม ดีเวลานี้ดีแต่เวลานี้เราไปนั่งกินเหล้ากันอยู่ใต้กอไม้ กินเหล้ากินเบียร์เมามายเวลานั้น มันชั่วเพราะเราทำชั่ว ลำพังเวลาไม่ดีไม่ชั่วแต่มันชั่วตรงเราทำใส่ลงไป ให้เข้าใจอย่างนั้น เพราะฉะนั้น เมื่อจะทำอะไร ไม่ต้องคิดว่าจะทำเมื่อไหร่ ต้องไปดูฤกษ์ดูยาม จะสร้างบ้านสักหลัง ก็ไปถามหมอ จะลงเสาเอกวันไหน มันไม่จำเป็นอะไรนี่สร้างศาลให้กัน ไม่ได้ดูฤกษ์พอว่าเข็มพร้อม คนตอกปั้นจั่นมา ก็บอกตอกเลย มันก็ตอกก็เสร็จเรียบร้อยขึ้นไปตั้งหลายสิบล้าน คนให้เงิน คือเราทำดีทำถูก คนมันก็ช่วย ไม่ต้องดูฤกษ์ หลวงพ่อสร้างมาหลายสิ่ง ไม่เคยดูฤกษ์ดูยาม ตอกเข็มเอ้าตอกเลยพรุ่งนี้ ตอกเช้ามืด ตอกเลย พอตอกเข็มโครมๆ คนเห็นก็อ้อเสร็จแล้ว ก็เอาเงินมาให้ ฉะนั้นจงเราทำดี ไม่ใช่ฤกษ์ดี ไปไหนก็ไม่เคยดูฤกษ์ ไปไหนก็ไม่ดูฤกษ์ แต่ดูว่าเรือบินมันออกเวลาไหน รถไฟรถยนต์มันออกเวลาไหน กะให้ไปทันถ้าว่าเรือบินออก 8 โมง หมอบอกว่า 9 โมงออกจากบ้าน แล้วไปขี่อะไรเรือบินมันไปแล้ว เราไปยืนเซ่ออยู่ที่สนามบิน พระพุทธเจ้าบอกว่า "คนพาลมัวไปนั่งดูดาวดูเดือนอยู่ ประโยชน์มันเลยไปเสีย ประโยชน์มันเป็นฤกษ์อยู่ในตัวแล้ว ดวงดาวในท้องฟ้าจะช่วยอะไรได้" ทำอะไรก็รีบทำ ทำทันทีทำเดี๋ยวนี้ ทำให้ถูกต้องมันก็สำเร็จ นี่ไปมัวดูดาวดูเดือนดูฤกษ์ คฤหาสน์หลังใหญ่ๆ แหมวางศิลาฤกษ์ ฤกษ์ดีสร้างยังไม่เสร็จแตกแล้ว ร้าวแล้ว ทำไมมันเป็นอย่างนั้น มันคอรัปชั่นกันน่ะ มันไม่เรียบร้อย อาคารของหลวงน่ะ ยังไม่ทันเปิดแตกแล้ว รั่วแล้วหลังคา มันไปคอรับชั่น มันไม่ใช่เรื่องอะไร ฤกษ์ดีแต่คอรัปชั่น มันก็ดีไม่ได้ ทำเวลาไหนก็ได้แต่ทำให้ดีให้ถูกต้อง คนคุมงานต้องกวดขันหน่อย ไอ้หลังนี้เรียบร้อยเพราะว่าสถาปัตย์นี่แกเอาใจใส่มาก แกมาทุกวัน มาดูทำแล้ว แกเห็นไม่ดีให้ทุบเลย ทำใหม่จะต้องทุบทำใหม่ เรียบร้อยทุกอย่าง ทำเป็นระเบียบ เรียบร้อย นายจำเท่ สถาปัตย์นี่ชื่อจำเท่ ชื่อมันก็ญี่ปุ่นน่ะ พ่อแกเป็นญี่ปุ่น แม่เป็นไทย แกช่วยด้วยความบริสุทธิ์ใจให้อะไรไม่เอา บอกว่าอย่าเลยครับ อย่าให้ผมเลย ผมจะทำด้วยความตั้งใจ ทำบุญผมไม่เอาอะไร แกมาทุกวันมาวันหนึ่งรถชนรถยนต์แกเสียหาย มาดูงานคนขำกลิ้ง เรียบร้อยทุกอย่างเรียบร้อย ทีนี้มันอยู่ที่เราทำดี ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว คนบางคนว่า เอ้ ทำดียังไม่ได้ดี เช่นว่าทำดีไม่ได้ขึ้นเงินเดือน ไม่ได้เลื่อนขั้น มันทำดีไม่ถูกที่ไม่ถูกเวลา ไม่ถูกเหตุการณ์ เจ้านายไม่รู้ มันก็ลำบาก ทำดีมันต้องให้นายรู้ด้วยแหละ เราอยู่กับนายมันต้องเข้าใกล้นายมั่ย จะทำอะไรก็ให้นายรู้ด้วย คนบางคนมันไม่เอาไหนหรอก แต่วันไหนนายมา อู้ย ทำงานตัวเป็นเกลียวเลย นายเป็นประทับใจ กลับไปถึงเลื่อนให้ 2 ชั้น เพื่อนอิจฉา เอ้มันไม่เห็นทำอะไร แต่มันได้ มันทำถูกต่อหน้านาย นายเห็นแล้วมันประทับใจ นี่เขาเรียกว่าทำกรรมถูกเวลา เลยได้รับรางวัล อันนี้เราทำแทบตาย นายไม่รู้ มันก็ไม่ได้เรื่องอะไร เราต้องให้นายรู้ด้วยรู้จักนายไว้บ้าง เข้าหาบ้าง ว่าง ๆ ไปคุยกัน ไปแต่ถามเรื่องนั้นเรื่องนี้ ปรึกษาหารือ รู้แล้วก็ไปถามเถอะ เพื่อให้เกิดความสนิทสนมกับนาย นายได้รู้จักชื่อ พอจะนึกออกว่าคนนี้มันเคยมา คุยบ่อยๆ มันก็เลื่อนให้ ใครถาม เอ๊ะหน้าตามันเป็นอย่างไร มันก็อาภัพจนตาย เพราะว่านายไม่รู้จักไง ทำดีแต่นายไม่รู้นี่ไม่ได้ เพราะนายเป็นคนให้ เราต้องให้นายรู้ด้วยถูกใจนายด้วยนะ ถ้าไม่ถูกใจนายนายก็ไม่ให้ ดีไม่ถูกใจ ดีไม่ถูกเวลา ดีไม่ถูกสถานที่ ไม่ถูกกับเหตุการณ์มันก็ไม่ได้ อันนี้ต้องดูให้เหมาะแก่เหตุการณ์ ต้องใช้ปัญญาในการกระทำ ทำดี แต่สิ่งที่ได้แน่นอนแล้วคือมันอยู่ในใจ คิดดีใจดี คิดชั่วใจเศร้าหมอง คิดดี 1 ชั่วโมง มาได้ความดี 1 ชั่วโมง คิดชั่ว 1 ชั่วโมง ได้ความชั่ว 1 ชั่วโมง ถ้าเราคิดชั่วบ่อย ๆ นิสัยชั่วสันดานชั่วอยู่ในตัวบุคคลนั้น ถ้าทำดีบ่อยๆ จิตใจก็เจริญด้วยความดี หัดตื่นแต่เช้า ก็สร้างนิสัยขยันทำงานด้วย ความมีระเบียบด้วย ความรอบคอบ ไม่ทำแบบง่ายๆ แบบให้มันพอปัดพ้นไป เราทำอย่างละเอียดก็ดีเรื่อยๆ แหละ นายเค้าเห็น ทำดีมันต้องทำนานๆ ให้คนเห็น ทำแผล็บเดียวไม่ได้ มันไม่ออก ทำให้นานๆ มันก็ได้ความดีอยู่ที่ใจ ความชั่วมันก็เกิดที่ใจ แล้วไอ้สิ่งที่เกิดที่ใจมันก่อให้เกิดผลหลายอย่างในชีวิต ทำให้นิสัยดีให้เป็นคนที่รู้จักตัวเอง ควบคุมตัวเอง มีระเบียบมีวินัยอะไรมันก็ดีขึ้น ต้องทำอย่างนั้น อย่าเผลออย่าไปทำสิ่งไม่ดี ทำมันน้อยๆ มันก็มากขึ้น หัดดื่มเหล้าวันละเป๊ก มันนานๆ ขึ้นมันก็กินวันละขวดน่ะ แล้วก็ตายก็เพราะเหล้า สูบบุหรี่นิดๆ หน่อยๆ มันก็เป็นโรคหอบหืดตายเพราะบุหรี่ ไอ้สิ่งเหล่านี้มันไม่ได้จำเป็นอะไรแก่ร่างกายเรา ไปหัดทำไม หัดสูบหรี่ หัดดื่มเหล้า หัดเที่ยวกลางคืน หัดสนุกสนานไม่เข้าเรื่อง ล้วนเปลืองตัวเท่านั้น เปลืองเงินเปลืองทองด้วย แล้วเงินทองก็ไม่พอใช้ ไม่พอใช้ก็บอกว่ากูมันดวงไม่ดี ยากจนอยู่อย่างนี้ มันไม่ใช่ ก็เราทำไม่ดี มันจึงเป็นอย่างนั้น แต่ถ้าเราเปลี่ยนนิสัย เปลี่ยนกิริยา เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนการกระทำ มันก็ดีขึ้นดีขึ้นโดยลำดับ ธรรมะย่อมช่วยคุ้มครอง ให้เจริญ ให้ก้าวหน้า ดังกล่าวแล้ว ให้เข้าใจอย่างนั้น จำง่าย ๆ ว่าดี ชั่ว สุข ทุกข์ เสื่อม เจริญ เกิดจากตัวเราเอง เวลามีอะไรเกิดขึ้นอย่าโทษใคร อย่าโทษดวง อย่าโทษดาว อย่าโทษไอ้โน่นไอ้นี่ นั่งสงบใจเข้าไปในห้องพระ ถ้ามีพระในห้องไม่มีก็เข้าไปนั่งเงียบ ๆ นั่งพิจารณาว่านี่กำลังเป็นทุกข์อะไร รู้ไม่ต้องไปถามหมอหรอก หมอไม่รู้ พวกชอบไปดูหมอ พวกผู้หญิงน่ะชอบไปดูหมอ เมื่อวันมีปัญหาก็ไปดูหมอ แล้วเอาเรื่องในครอบครัวไปเล่าให้หมอฟัง ขายหน้าตายไปเล่าเขาทำไม ที่บ้านอย่างนั้น คนของดิฉันเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ มันเรื่องอะไรเอาความชั่วไปเที่ยวเล่าชาวบ้าน หมอก็นั่งยิ้ม แหมรายนี้กูจะต้มให้ยุ่ยไปเลย หมอดีใจจะต้มคนสักคนวันนี้ แล้วหมอถามว่าเกิดวันอะไร เดือนอะไร ปีอะไร วันเดือนปีเกิดของเรา หมอยังไม่รู้เลย แล้วจะไปรู้เรื่องสลับสับซ้อนในชีวิตได้อย่างไร มีแต่คนโง่เท่านั้นที่ไปนั่งให้หมอดูอยู่ ไม่ได้เรื่อง อย่าไป อย่าไปหาหมอดูไม่ว่าเป็นพระ เป็นเจ้าอาวาสอย่าไปยุ่ง ดูเอง นั่งพิจารณาตัวเอง ตักเตือนตัวเอง แก้ไขตัวเอง ดูว่าเรามีความทุกข์เรื่องอะไร รู้ว่าทุกข์เรื่องอะไร รู้อยู่ทุกข์เรื่องอะไร ทุกข์เพราะสตางค์ไม่พอใช้ เอ้าแล้วทำงานหรือเปล่า ทำได้เงินเดือนเท่าไร หยิบกระดาษมาเขียนรายรับ แล้วเขียนรายจ่ายให้ละเอียด เอามาเทียบดู ว่าจ่ายอะไรบ้าง ตัดเสียบ้าง ขีดแดงอันนี้ไม่ควรจ่ายขีดแดง ค่าบุหรี่เลิกไม่สูบ ค่าเหล้าไม่กิน ไม่เที่ยวไม่เตร่ ไม่สนุกสนานไปทางเหลวไหล ซื้อของเท่าที่จำเป็น อะไรไม่จำเป็นกูไม่ซื้อ เงินมันก็เหลือ ก็เรารู้จักตัวเอง อันนี้ไม่รู้จักตัวเองเพราะอะไร เพราะตามใจตัวเอง การตามใจตัวเองก็คือปล่อยตัวไปตามอำนาจความอยาก ไม่รู้จักบังคับตัวเอง ไม่มีความอดทน ไม่มีความเสียสละ ก็แพ้อยู่ตลอดเวลา แพ้อยู่ตลอด เวลาแพ้มันก็เป็นทุกข์นะซิ อยู่อย่างผู้แพ้ก็เป็นทุกข์ อยู่อย่างผู้ชนะก็เป็นสุข หลักการเป็นอย่างนั้น รู้ได้เอง มีเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ขับรถเมาเพราะว่าไปกินเลี้ยงบ้านเพื่อน เพื่อนเขาทำบุญวันเกิด อยากจะแนะนำหน่อย อย่าทำบาปวันเกิด วันเกิดอย่าทำบาป ทำบาปอย่างไร นัดเพื่อนฝูงมากินเลี้ยง สั่งโต๊ะจีนมาเลี้ยง มาแล้วก็เลี้ยงเหล้าเลี้ยงเบียร์ นั่นแหละประทุษร้ายเพื่อน เอาเหล้าเลี้ยงเพื่อนแหละคือประทุษร้ายเพื่อน ทำให้เพื่อนเสียสติ เสียปัญญา ขาดความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ไอ้เพื่อนมันก็โง่ เฮ้ย กูกินฟรีต้องกินมากหน่อย พอกินมากหน่อยขับรถสะเปะสะปะ ชนโครมเข้าให้เสาไฟฟ้า มันแข็งหน่อยไม่หักหน้าหม้อยุบ ตัวได้รับบาดเจ็บ ตื่นเช้าไปวัดแต่เช้าถือดอกไม้ไปกราบหลวงพ่อ หลวงพ่อครับผมมันซวย เมื่อคืนขับรถไปชนเสาไฟฟ้า ให้หลวงพ่อช่วยรดน้ำมนต์ สะเดาะเคราะห์ให้ผมหน่วย หลวงพ่อก็ใจดีใจดีจับหญ้าคาจุ่มน้ำรดให้มันโง่ รดแล้วมันโง่ต่อไป ไม่มีทางดีขึ้น เราก็ทำอย่างไร บอกเออ ! ปกติเสาไฟมันอยู่ข้างถนนนะ มันไม่เคยออกมาเดินเล่นกลางถนนเลย ทำไมเธอไปขับชนเสาไฟน่ะ เขาก็บอกว่าเมื่อคืนผมเมาไปหน่อยอ้าว ทำไมถึงเมาล่ะ เพื่อนเขาทำบุญวันเกิด ความจริงไม่ใช่ ทำบาปวันเกิดกัน ผมก็ไปกินข้าว กินเหล้าดื่มมากไปหน่อย เธอเมาเหล้าเพราะดื่มเหล้า พระพุทธเจ้าสอนให้เราดื่มเหล้าหรือให้เรางดเว้นการดื่มเหล้า ศีลข้อ 5 ข้อ 4 อะไรบ้างมันเรียงไม่ถูกนะ เอามาสัมภาษณ์ คนเข้ารับราชการถามว่าศีล 5 คืออะไรมันเรียงไม่ถูก พระพุทธเจ้าเรียงไว้ 5 ข้อเรียบร้อย มันเรียงใหม่ มันเก่งกว่าพระพุทธเจ้ามันเรียงใหม่ ไม่ถูกต้อง ถามมันก็ตอบไม่ถูก แล้วก็ถามว่า เอการดื่มเหล้านี่มันทำให้เป็นอย่างไร มันก็เมาซิครับ เมาก็เสียสติ เสียปัญญา ขับรถเปะปะแล้วไปชนเสาไฟฟ้า เหตุมันอยู่ที่เธอเมาเหล้าเพราะเธอไม่รักษาศีล เธอไม่นับถือพระพุทธเจ้า มีพระห้อยคอ เอ้านี่พระอะไรห้อยคอ อ้อหลวงพ่อ หลวงพ่อแล้วทำไม นึกว่าพระจะช่วย พระไม่ช่วยคนที่ทำชั่ว พระช่วยคนที่ทำดี เธอเมาเหล้าแล้วพระที่ไหนจะช่วย หลวงพ่อคูณบอกมึงขับเท่าไหร่ ขับ 80 กูโดดลงนานแล้ว กูก็โดดลงเสียก่อน แล้วก็ไม่ช่วยมึงแล้ว หลวงพ่อคูณแกพูดตลกๆ ไปงั้นแหละ ว่าแกกระโดดลงเสียนานแล้ว ถ้าไม่ช่วยก็อธิบายให้เขาเข้าใจ ว่าทำผิดอะไร เสียหายอย่างไร ให้เข้าใจ อีกอย่างไม่ต้องรถน้ำมนต์ ให้เลิกเหล้าเสีย เลิกเที่ยวกลางคืน เลิกเล่นการพนัน เลิกให้หมดพวกเราตำรวจปราบให้มันจริงๆ หน่อย ไอ้เรื่องเหลวไหลไถลกลางคืน ปราบซ่องให้มันเด็ดขาดไปเลย ปราบบ่อนการพนัน แหมบ่อนปราบยากนะ เข้ายาก ใช้วงจรปิดนะ พอโผล่เข้าไปมันเห็นหัวแล้วนะ มาแล้วมาแล้ว จุดหนีทางหนีทีไล่ พวกแย้ แย้มันขุดรู มันขุดเข้าทางนี้ มันออกทางโน้น จับมันไม่ได้ เจ้าของบ่อนเขามาทำรูหนีไว้ให้เรียบร้อย บ่อนบางซื่อนี้ปราบไม่ได้ เพราะว่าทางหนีทีไล่เยอะแยะ ตำรวจพยายามเข้าไป ออกไม่ได้ มีโทรทัศน์วงจรปิดของเขาเห็นแล้วมาแล้ว จัดแจงเก็บเก็บลงรูๆ ไปถึงก็ไม่มีอะไรแหะๆ ตำรวจกลับ เฮ้อไม่ได้เรื่อง อย่างนี้มันต้องเอาลูกระเบิดควันไปติด ระเบิดมอมเลย พวกนี้มันเย้ยกฎหมาย เหมือนปราบโรคเอดส์นี่ หลวงพ่อ ขอนิมนต์ไปเทศน์เรื่องโรคเอดส์ โรคเอดส์ ปราบง่ายนิดเดียว ปราบเจ้าของซ่อง แม่เล้าพ่อเล้า จับขังคุกฐานเป็นอันธพาล แล้วลงโทษพ่อแม่ด้วย ที่ปล่อยลูกสาวมาทำชั่ว มาขายตัว แล้วลงโทษผู้ชายที่ไปเที่ยว ถ้าจับได้ ต้องลงโทษผู้ชายด้วย ลงโทษพ่อเล้าแม่เล้า ลงโทษพ่อแม่ลงโทษหญิงที่ขายตัว ลงโทษผู้ชายที่ไปซื้อ ลงโทษหมด กฎหมายลงโทษมันต้องแก้กฎหมาย ผู้แทนมันมัวแต่ทำเรื่องอื่น มันมัวแต่ด่ากันอยู่ มันไม่คิดไปแก้ไขปัญหาต่างๆ บ้านเมืองยิ่งไปไม่รอด บันทึกไว้ บ้านเมืองมันจะยุ่ง ถ้าทำจริงมันก็ไม่ยุ่ง เอาจริงเอาจังหน่อย ปราบได้เท่าที่เราปลอดอบายมุข ปลอดสิ่งชั่วร้ายแต่มันไม่ปลอด มันเป็นอย่างนั้น อ่อนแอไม่ใช่เรื่องอะไร เราอ่อนแอคนไทยนิสัยอ่อนแอ ประเทศอื่นเขาเข้มแข็ง มาเลเซียเข้มแข็งเอาจริงเอาจัง ยาเสพติดก็เหมือนกันของเขาจับได้ขึ้นศาลวันนั้น ไม่เอาไปขังไว้ตามโรงพักให้มันหนีเล่น เอาไปไว้โรงพัก 6 คน มันหนีหมด ทำไมมันหนีได้ คืนนั้นเขาแข่งฟุตบอลโลก ตำรวจก็ไปเฮอยู่หน้าจอโทรทัศน์ ไอ้พวกนี้ก็เลื่อยๆ เลื่อยซี่กรงนะ เลื่อยแล้วมันแหวกได้มันก็หนีไปหมด เป็นอย่างนั้นนะ ของเขาไม่ขัง จับได้ขึ้นศาลเลย มีวัตถุพยาน มียาเฮโรอีน ยาบ้า มีปืน จับได้ขึ้นศาล ศาลตัดสินแขวนคอ แขวนกันวันนั้นเลย คนไทยไปถูกแขวนบ้างฝรั่งถูกแขวนหลายคน นายกรัฐมนตรีส่งโทรเลขมาบอก ว่าอย่าแขวนคอเลย เอาไว้ก่อน เขาจะได้แก้ตัว เวลานี้มาเลเซียไม่ได้เป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ มาเลเซียเป็นประเทศอิสระ มีอำนาจตามกฎหมาย แขวนคอเลย เอาจริงเด็ดขาด ก็ค่อยเบาไปหน่อย คนมันกลัว บ้านเรายังไม่จริงจัง จับได้แล้วก็เก็บยาไว้เผา วันไหนจะเผาควรจะเป่าร้อง พวกเจ้าเฮโรอีนให้ไปยืนใต้ลม สูดเฮโรอีนเล่น เจ้าพวกนี้ไม่ไหวมันขายกันชายแดน เมื่อวานหลวงพ่อไปแม่สาย อำเภอเชียงแสนคำ ตำรวจค้นเป็นจุดๆ โยม หลวงพ่อเปิดหน้าต่างไม่มีเฮโรอีนยาบ้าบนรถ เราไม่ได้ค้าแต่ว่าพวกค้ามันปราบจับได้หมด เอาจริงทำอะไรจริงๆ เรียกว่าทำหน้าที่ให้ถูกต้อง สิ่งทั้งหลายก็จะบรรเทาเบาบางลงไป สำคัญตรงนี้ เด็ดขาด รักษาหน้าที่อย่างเด็ดขาด ธัมมังสุจริต ตังจเร จงประพฤติธรรมให้สุจริต คำว่าธรรมในที่นี้ก็คือหน้าที่ ทำหน้าที่ให้สุจริตให้ถูกต้อง สิ่งทั้งหลายก็จะเรียบร้อย พวกเรารับผิดชอบมากนะ ตำรวจนี่รับผิดชอบมาก เพราะว่าเป็นพวกพิทักษ์สันติราษฎร์ รักษาความสงบสุขของประชาชน ต้องเอาจริงเอาจัง ถือตามกฎหมายไม่เข้าใครออกใครเอาจริงเอาจัง เอาอย่างนั้นก็พอจะไปได้ ปฏิบัติธรรมไว้ถูกต้อง สิ่งทั้งหลายก็จะเรียบร้อย ช่วยกันแก้ไขหมั่นประชุมกันบ่อยๆ เผื่อว่าตื่นเช้าต้องประชุมเจ้าหน้าที่เดี๋ยวพักหนึ่ง หัวหน้าต้องเรียกประชุมกำชับกำชา แจกงานให้ไปทำงาน ว่าขณะนี้ใครไปทำอะไรต้องมานายงานว่าไปทำได้เท่าไหร่ สืบสวนได้เรื่องว่าอย่างไร แล้วก็ทำต่อไปถ้ายังไม่พบต้นตอสืบต่อไปเอาให้ได้ ต้องมอบชีวิตให้กับงาน หลวงพ่อเป็นนักบวชในพระพุทธศาสนา มอบชีวิตถวายพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ทำงานเพื่อพระรัตนตรัย ไม่ได้หวังอะไรตอบแทน ทำตามหน้าที่ ไม่กลัวเหนื่อย ไม่กลัวลำบาก พูดไม่เกรงใจใคร เราถือว่าทำงานตามหน้าที่ ทำเพื่อความถูกต้องให้คนได้ สำนึกว่าทำไปตามเนื้อผ้า ก็ไม่มีอะไร ไม่เสียหายอะไร เทศน์แรง ๆ ก็ไม่มีใครว่า เราเตือนบ้าง ก็ไม่ต้องเตือนว่าเราทำไปตามหน้าที่ พระพุทธเจ้าสั่งให้ทำอย่างนี้ ก็ทำตามคำสั่งของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าสั่งไว้ตั้งแต่เมื่อไร สั่งว่าตั้งแต่โน้น ที่ป่าอิสิปะตะนะมฤคทายวัน พระ 60 รูป รวมพระพุทธเจ้า 61 ยืนรอบ พระพุทธเจ้าตรัสว่า เธอทั้งหลายจงไป ประกาศคำสอน อันงามในเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่มหาชน นี่สำคัญที่สุด เป็นคำสั่งฉบับแรก ที่พระพุทธเจ้าสั่ง หลวงพ่อถือว่า คำสั่งฉบับนี้สำคัญที่สุด ที่จะต้องปฏิบัติตาม คำสั่งของเถรสมาคม เยอะ อ่านแล้วเก็บๆ ไม่เอามัน ไม่ค่อยได้เรื่อง ฟุ่มเฟื่อย แต่ของพระพุทธเจ้าเด็ดขาด เธอทั้งหลายจงเที่ยวไป เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข แก่มหาชนก็ทำหน้าที่ไปสอนคน แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องเที่ยวไปเอง เพราะนิมนต์ก็รับไม่ไหวอยู่แล้ว ไปที่โน่น ไปที่นี้ ก็ไปเทศน์คนทั้งนั้น เทศน์แก่คนทั้งนั้น เทศน์เพื่อให้คนเข้าใจอะไรเป็นอะไร ศาสนาคืออะไร สอนให้เขา พูดจาตรงไปตรงมา ให้คนเข้าใจ ใครสงสัยให้ถามได้ เปิดโอกาสให้ถาม เพราะนานๆ มาที ได้ความรู้ ความเข้าใจ ทำมาไม่ได้หวังอะไร ไม่ได้คิดเป็นเจ้าคุณฯ อะไรของเขา แต่เขาให้เอง เพราะเห็นว่าทำงานมาก ต้องให้เสียหน่อย ถ้าไม่ให้อย่างนั้น เพราะประชาชนมันบ่น ว่าพระปัญญาทำงานมากไม่เห็นว่าได้เป็นอะไร ให้เสียหน่อย ได้แล้วก็หลายๆ ปี เลื่อน พวกอยู่กรุงเทพฯ 5 ปี เลื่อน 6 ปีเลื่อน หลวงพ่อ 10 ปีก็ยังไม่ได้เลื่อน เพราะว่าไม่ได้ไปยุ่งวันเกิดผู้หลักผู้ใหญ่ หลวงพ่อไม่เคยไป เพราะเราไม่ว่างจะไป ไม่เห็นมีความจำเป็น ไปหาประชาชน ทำงานก็ประชาชนตลอดเวลา ได้รับอะไรบ้าง ไม่ได้ดีอกดีใจ ได้มาแล้วไม่เคยฉลอง วัดไหนได้อะไรกัน แห่กันฉลองมันไม่เข้าเรื่อง เราไม่ฉลอง ทำหน้าที่ต่อไป ยังมีชีวิตพอทำงานได้ ก็ทำต่อไปตลอดเวลา เดี๋ยวนี้สบาย ไปเรือบิน ไม่ต้องเดิน สมัยก่อนต้องเดิน เมื่อเทศน์ใหม่ๆ ต้องเดิน อยู่สงขลา เดินตั้งแต่ในเมืองไปถึงเทศน์บ้านนอนทา เดินไปถึง อำเภอจะทิงพระ นอนก่อน ตื่นเช้าค่อยฉันกับเขา แล้วออกเดิน วัดไหนตีกลองเพล ก็แวะเข้าไปรู้จัก ไม่รู้จักก็ไปฉันได้ ฉันเพลก็เดินต่อ ไปถึงก็เทศน์ๆ กัณฑ์หนึ่ง แล้วก็เดินทางกลับ เดินกันจนริมสบงขาด ก็เดินถูแข้งบ่อยๆ นั่งรถไฟก็นั่งชั้น 3 ถูกหน่อย บางวันก็นั่งรถตู้บรรทุกสัตว์ เพราะคนมันไม่มีนั่งสบายดี ไปกัน บางวันนั่งรถไฟนั่งกับคอกรถดูแลรถ พวกนี้มันเมากัน แขวนพระเต็มคอ พอเมาแล้วทอดผ้า หลวงพ่อแกว่งไปแกว่งมา หลวงพ่อพลอยเมาไปด้วย พระยืนอยู่องค์มันไม่ให้กิน ไม่ให้ฉันน้ำ ก็ไม่ให้ข้าวก็ไม่ให้ขึ้นตั้งแต่เพชรบุรี 6 โมง จนกระทั่งไปถึงประทิว 3 ทุ่ม ซื้อขึ้นมา ขึ้นมาถึงยกมือไหว้ มนุษย์มาแล้ว คนก็เอาเก้าอี้มาให้ซื้อนั่ง แกไม่นั่งแกนิมนต์นั่งค่ะ ท่านยืนมาจากไหน ตอบไปก็ซิบหายซิ ไอ้พวกนั้นถูกด่าซิ เราตอบไม่ตอบเฉย ยืนจนขาแข้งไม่ได้ดื่มน้ำซักหยดเดียว คอแห้ง อดทนเพื่อพระพุทธเจ้าไปถึงชุมพร 3 ทุ่มกว่า ถึงพระนครฯ เช้าเลยขึ้นจับที่นั่งๆ หลังจนถึงทุ่งสง ก็มืดไปเรียกสมภาร ว่าอะไรมาขอนอน ไปนอนศาลา ไปนอนกับหมาที่ศาลา ที่หมาเยอะ ตื่นเช้าก็ไปหาไม่รู้ว่าใคร เป็นสมภารไม่เอาไหน เปิดประตูรับนิดหน่อยก็ไม่ได้ ว่าไม่ได้กลางคืน กลัวโจร ต้องไปนอนกับขี้ฝุ่น แต่ไม่หวั่น เพราะยอมทำงานให้กับพระพุทธเจ้าๆ ไม่มีรายวัน ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ ทำมาจนกระทั่งบัดนี้ อายุขนาดนี้ แล้วก็ยังไม่หยุดทำงาน เถระสมาคมอายุมากแล้ว ไปนั่งประชุมไม่ได้แล้ว นอนแล้วก็ยังไม่ออก อยู่อย่างนั้น ท่านคณะสงฆ์มันจึงอืดอาด เพราะอะไร เอาคนแก่ไปทำงาน คนหนุ่มไม่ได้ทำจึงช้า ทำอะไร มีเรื่องอะไร กว่าจะได้เรื่องได้ราว ช้า ก็อย่างนั้น เพราะคนแก่ไม่ใช้เรื่องอะไร เราทำหน้าที่ให้มานอนวัด นอนกลางแจ้งเสียบ้าง จะได้รู้สึกตัวมันเป็นอย่างไร อย่านอนเฉย ๆ นอนหลังก็พลิก นึกตรึกตรองอายุเท่าไหร่แล้ว ทำหน้าที่อะไร ครอบครัวมีกี่คน ลูกเต้าเป็นอย่างไร ศึกษาดีไหม ก้าวหน้าไหม หรือไปเข้าพวกยี่ห้อเกะกะระรานหรือเปล่า พ่อเป็นตำรวจนี้มันก็ไปได้ ไปเจอตัวเล็กถามว่าชื่ออะไร บอกว่าชื่อสัมฤทธิ์ พ่อเป็นนายตำรวจครับ ผมต้องเสียคน เพราะพ่อผมเป็นนายตำรวจ ลูกน้องพ่อผมมันไม่จับผม มันช่วยผมด้วยนะ เลยเสียคน นายยอดชื่อนายยอด ตายหรือยังไม่รู้ป่านนี้ ยอดสัมฤทธิ์ สุขุม หลวงสัมฤทธิ์ สุขุมวาด เป็นนายตำรวจดี เรียบร้อย มันเป็นคนเหลวใหล เพราะพ่อมันเป็นตำรวจ เจอลูกน้องเกรงใจพ่อ ไม่กล้าจับ ลูกนายต้องจับเด็ดขาด จะลงโทษอย่างไร ต้องจับเด็ดขาด เป็นจ่า เป็นหมื่น พี่ชายไปเล่นการพนัน ชาวบ้านบอกท่านหมื่น เป็นหมื่นก็ต้องจับ พ่อทำผิดก็ต้องจับเหมือนกัน เอาไปลงโทษเด็ดขาด คือจะเป็นใครก็ตาม เช่น พวกหนูเป็นพยาบาล เป็นนักเรียน ก็ต้องนึกว่าเรามีหน้าที่ทำอะไร ทำหน้าที่นั้น ให้สมบูรณ์ ให้เรียบร้อย ไม่ใช่ทำเพื่อจะเอาอะไร โลกมันยุ่งเพราะเรื่องจะเอากันทั้งนั้น จะเอา ไม่ให้ก็จะเอา พระเราสอนไม่ถูก พระเราสอนว่าจะเอาอะไรก็ให้อธิฐาน สอนไม่ถูก สอนให้โยมอยาก ธนบัตรใบเดียว อธิฐานมากมาย ค้ากำไรเกินควร พระสอนผิด ความจริงต้องสอนให้ไม่เอา ให้เพื่อขุดเกลาใจ ให้มันสะอาด ปราศจากความโลภ ตระหนี่ ปราศจากความเห็นแก่ตัว โดยไม่คิดเอาอะไร นั่นแหละถูกต้อง แต่พระท่านกลัวว่าโยมจะไม่ทำบุญ ความจริงโยมท่านเข้าใจถูกว่าทำบุญถูกแล้วไม่ฟุ่มเฟื่อย ไม่สุรุ่ยสุร่าย ทำเท่าที่จำเป็น เดี๋ยวนี้ทำบุญเกินความจำเป็นเยอะแยะ สร้างอะไรเกินไป สร้างระฆังวัดเดียวมีตั้ง 5-6 หอ จะขึ้นจะตีไปไหน นั่งเรือไปทางสุพรรณผ่านวัดหนึ่ง มีหอระฆังตั้ง 7 หอมันไม่ถูกต้อง พระก็ไปสอนให้คนเข้าใจ แล้วก็สร้างหนังสือ ไม่ใช่สร้างให้คนอ่าน ให้แมลงสาปอ่าน กองให้แมลงสาปไปทำรังกัน มันไม่ได้อานิสงส์ มันไม่เกิดอานิสงส์ เกิดเพราะเราสร้างและอ่านหนังสือ เขาให้ไปอ่านโปรดพ่อแม่ฟัง ให้ท่านเกิดปัญญาจึงจะถูกต้อง แต่ไม่ได้คิดอย่างนั้น สร้างอะไรเกินไป ทำให้เกิดปัญหาในสังคม แล้วก็หาเครื่องล่อ ทำพระบ้าง พระโน่นพระนี่ องค์เล็กๆ ราคาตั้งหลายหมื่นแพงเกินไป ไม่เสียภาษีด้วยนะพระวัดนี้ไม่เสียภาษี ได้เงินเยอะๆ เอาเปรียบชาวบ้านไม่ถูกต้อง ทำอะไรก็เท่าที่จำเป็นแก่การจะใช้ เพื่อธรรมะเผยแพร่ธรรม อย่าให้มันเกินความต้องการ อย่าไปสร้างอะไรให้ใหญ่โตเกินไป สร้างพระใหญ่ เจดีย์ใหญ่ โบสถ์ใหญ่ สร้างเสร็จแล้วคนมานั่งไม่ทั่วเสาโบสถ์ เสาโบสถ์มันมากกว่าคน คนมันน้อยกว่าเสา แล้วจะคุ้มที่ไหนลงทุนเยอะแยะแต่ใช้ไม่คุ้มอย่างนี้พ่อยมบาลลงโทษ เพราะทำแล้วไม่ใช้ต้องคิด ใครมาแจกฎีกา เราต้องคิดเอาไปไหนเอาไปทำอะไร เพื่ออะไร ช่วยเฉพาะที่เห็นเป็นประโยชน์ ถ้าไม่เป็นประโยชน์บอกว่ายังไม่ศรัทธาครับ ท่านก็เดินไปบ้านอื่นต่อไป พระก็จะเดินแจกฎีกาได้สักใบแจกตำรวจจับซะบ้าง ทำลายศาสนา เจอแล้วนิมนต์ไปโรงพัก แต่ลูกน้องจะได้ช่วยทำบุญบ้าง พาไปถามจดรายการ มาจากวัดไหนขอใบสุทธิดู บางทีไม่มีนะหลอก ปราบคนไม่ถูกต้อง หลวงพ่อพูดคนเดียวก็คอแห้ง ใครจะถามอะไรได้ ทุกคนมีสิทธิจะถามได้ คนไทยเรานี้ปกครอง คนไทยเรานี้ให้ถามไม่ถาม ถามมันไม่บาป แต่ไม่ถามมันบาปอยู่ในใจเพราะว่ามันรู้ ไปเมืองฝรั่งเทศน์จบปุ๊บ เทศน์ 3 ชม. เขาพร้อมที่จะถาม บ้านเราเปิดโอกาสเอาโยมถาม เมื่อวานพูดกับพระ 300 รูป พระองค์ไหนมีอะไรจะถามบ้าง นั่งซึม ยกมือองค์หนึ่ง บอกออกมานี้ ออกมาให้ถาม องค์นั้นจบแล้ว มีถามอยู่รูปเดียว พระ 300 มีรูปเดียว ไม่ได้เรื่อง ถามได้ ถือว่าเป็นกันเอง ถือว่าเรามาคุยธรรมะ ให้ความรู้ ตอบได้ก็ตอบ ตอบไม่ได้ก็สวด เขาจะถามก่อน ทำอะไรอย่าทำหลังเพื่อน หลวงพ่อไม่ชอบทำอะไรหลังเพื่อน ทำก่อนเพื่อน รายงานตัวก่อน จะได้รู้กัน ผม พตท. พันชาติ สุวมงคล รองผู้กำกับการสืบสวน คลองหลวง เป็นเรื่องที่ฮอตมาในตอนนี้ คือเรื่องวัดพระธรรมกาย ผมขอเรียน ที่เขาเถียงกันอยู่ที่ว่านิพานเป็นอนันตา ก็ยังไม่เข้าใจถ่องแท้ นิพานที่วัดพระธรรมกายบอกวาเป็นอัตตา หลวงพ่อ : นิพพานไม่ใช่อัตตา สอนว่านิพพานเป็นอัตตาสอนผิด ผิดอย่างลึกด้วยแหละ ไม่ใช่ผิดน้อย ๆ ผิดชนิดตัดยอดมันเลย เหมือนต้นมะพร้าวต้นนี้มันเราตัดยอดทิ้งเลย ไม่มีทางขึ้นอีกเลย มันเป็นเรื่องศาสนาอื่น เป็นเรื่องศาสนาพรามห์ เป็นฮินดู เพราะฮินดูถือว่ามีตัวถาวร มีวิญญาณถาวร ออกจากร่างนี้ไปร่างโน้น จนกระทั่งมันบริสุทธิ์แล้วก็ไปรวมกับตัวใหญ่ เรียกว่า ปรมาตมัน เป็นตัวใหญ่ อยู่อย่างถาวร พุทธศาสนาไม่ได้สอนอย่างนั้น พระพุทธศาสนาสอนว่า ชีวิตร่างกายของเรานี้ เป็นของประสม ไม่ใช้ของแท้ มันรวมตัวกันเข้า อาศัยคุณพ่อคุณแม่เป็นผู้ให้เกิด เกิดแล้วก็ได้รับการปรุงแต่ง จากวัตถุธาตุจากที่เรากิน เราดื่มเข้าไป เปลี่ยนๆ อยู่ตลอดเวลาไม่มีเนื้อแท้ ที่เรียกว่ามีชีวิตเพราะมันเปลี่ยนอยู่ ความเปลี่ยนมันคือตัวชีวิต ถ้าความเปลี่ยนมันถึงที่สุดมันก็ดับๆ แล้วก็หมดเรื่องกันไปที ไม่มีอะไรที่จะพูดอะไรต่อไป พุทธศาสนาสอนอย่างนั้น โดยเฉพาะนิพพานมันเป็นเรื่องของสงบ สะอาด สว่าง ในใจคน มันเกิดแล้วมันอยู่ถาวร ไม่ใช่ไม่มีตัวมีตน คนโบราณว่านิพพานคือเมืองแก้ว กล่าวแล้วคือนิพพาน เมืองสมบูรณ์ คนไปก็ไปกองกันอยู่ตรงนั้น มันก็ยังเป็นทุกข์ พระพุทธเจ้าสอนว่านิพพานไม่มีตัวเป็นอนัตตา เริ่มต้นตั้งแต่ว่าสัพเพสังขารา อนิจา สัพเพสังขารา ทุกขา สัพเพธรรมมาอนัตตาไปโดยลำดับ จึงจะถูกต้อง แต่นี้สอนผิด เพื่อให้มีตัว แล้วชวนโยมเอาข้าวไปถวายพระพุทธเจ้า คนที่จะเอาไปถาวายได้คือแม่ชีจันทร์คนเดียว ที่จะเอาไปได้ อยู่ตรงไหนไม่รู้ คือสอนเพื่อสักการะ ให้คนมาช่วยกันทำข้าวถวายพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ทั้งหลาย ไปออกันแน่นเลยทำไม่ถูก นิพพานมันของที่ใจ สะอาด สงบ สว่าง เราคนธรรมดาก็มีนิพพานเป็นครั้งคราว เวลาใจมันสงบมันไม่วุ่นวาย เขาเรียกว่านิพพานชั่วคราวแล้ว นิพพานถาวร ไม่มีอะไรรบกวนมันก็ไม่มีอะไรต่อไป ศึกษาให้ละเอียด ผม พตท. กรวิทย์ ศักดิ์ดินันท์ เป็นรองผู้กำกับการตำรวจภูธรอำเภอภาชี จังหวัดอยุธยา กระผมเคยพูดกับภรรยากระผม คล้ายๆ กับที่ท่านเทศน์ กระผมบอกว่าการซื้อรถใหม่ ทำไมต้องไปเจิมให้เสียเวลา เสียเงิน เสียทองด้วย แล้วเวลาเดือดร้อนเป็นทุกข์ ทำไมต้องไปรดน้ำมนต์ให้มันเปียกหัว หรือไอ้การที่อยู่ๆ ก็ไปแทงหวยตามที่พระหยดเทียนในบาตร คุณจบถึงปริญญาแล้วทำไม คุณต้องทำอย่างนั้น เขากับมาว่าผมเป็นคนไม่มีศาสนา แต่ผมฟังท่านท่านเทศน์แล้วนั้นคือความถูกต้อง ผมจะทำอย่างไรให้ภรรยาผมเชื่ออย่างที่ผมเชื่อครับ หลวงพ่อ : อย่างนี้เรียกว่าศรัทธาไม่ตรง สามีภรรยาที่จะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขนะ ต้องมีศรัทธาให้เหมือนกัน มีศีลเหมือนกัน มีปัญญาเหมือนกัน มีเสียสละเหมือนกัน ที่นี้แม่บ้านของผู้หมวด เขารับความรู้ผิดไว้ รับความรู้แบบทั่วไป ที่มีอยู่ในเมืองไทย เอามาไว้ในใจ ผู้หมวดเองรับความรู้ใหม่ จึงเป็นสิ่งถูกต้อง แต่มันไปขัดกับความคิดของแม่บ้าน ก็เลยแม่บ้านหาว่าเป็นคนไม่มีศาสนา ความจริงมีเรามีมากกว่าแม่บ้านอีก แต่นี้ว่างๆ พาแม่บ้านไปวัดชลประทานฯ บ้าง จะได้ฟังเทศน์ อย่าไปเวลามีคนเยอะ ไปสองคนไปคุยกัน ให้หลวงพ่อเทศน์ให้ฟังชี้แจง แสดงเหตุผลให้เข้าใจก็จะดีขึ้น หาหนังสือไปให้เขาอ่าน ให้เขาอ่านบ่อยๆ ฉันไปอบรมที่วัดปัญญานันทารามมา เอาหนังสือมาฝากเธอ เธออ่านซะบ้างจะได้มีความรู้เหมือนฉัน เรารับปัญญาแบบชาวบ้านซึ่งมันไม่ใช้ปัญญาแท้ คนไทยไปอยู่อเมริกา มีความเชื่อแบบคนไทย เชื่อผิดทั้งนั้น เหลวไหล พระที่ไปอเมริกาไปเพิ่มความโง่ทั้งนั้น ไม่ไปสอนคนไปเพิ่มความโง่ให้กับคน ถ้าเราพูดไปไม่เหมือนองค์โน้น หาว่าเราไม่ถูกต้อง องค์ผิดเท่ากับถูกนะ หลวงพ่อไปวัดหลวงพ่อโสธร ไอ้หนูที่มันหลับ แต่งตัวเต็มยศแล้วนะรอเรา หลวงตาเอานางละครไหม เอาไปทำอะไรนางละคร เอาไปรำ รำทำไม รำให้หลวงพ่อในโบสถ์ดู หนูรำมากี่ปีแล้ว รำมา 3 ปีแล้ว แล้วหลวงพ่อชมบ้างไหม ว่าอีหนูมันรำเก่ง มันคิดว่าหลวงพ่อไม่เข้าท่า คือพื้นฐานความเชื่อของชาวพุทธเขว พระเราไม่เชื่อ ตัดความเชื่อของชาวบ้านให้ถูกทาง ไม่ยากหรอก แม่บ้านเป็นคนมีความรู้จบปริญญาสอนได้ มากรุงเทพฯ ไปหาหลวงพ่อฟังเทศน์หน่อย ชวนกันมา ดิฉัน สุนี เวชประสิทธิ์ จากวิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์ ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะถาม พอดีอ่านหนังสือของหลวงพ่อดีในหลายๆ ด้าน แต่ด้านหลังไม่ค่อยได้ยิน พอไม่ได้ยินก็ทำให้สมาธิลดลง ก็เริ่มคุยกันเจ้าค่ะ หลวงพ่อ : สงสัยตั้งแต่ขึ้นพูด สงสัยว่าลำโพงนี้จะได้ยินทั่วหรือเปล่า หนูมาบอกดีแล้วจะได้แก้ไขคือว่าจัดระบบศาลานี้ มันก็ไม่ถูกเอามาไว้ตรงกลางนี้ระบบลำโพงไม่ดี ต้องแก้จำไว้ สุนี : คือครั้งก่อนมาก็ดีตลอดค่ะ พอดีครั้งนี้คนเยอะค่ะ หลวงพ่อมาเทศน์ก็อยากฟังบ้างเพราะโอกาสที่จะไปพบที่วัดเองก็คงจะน้อย เลยอยากให้ได้รับประโยชน์มากขึ้น ให้เข้าใจกระจ่างแจ้งขึ้น ส่วนในปัญหาของตัวเองที่พบก็คือ ตอนหลวงพ่อพูดถึงศรัทธา ก็มีความรู้สึกว่าศาสนาพุทธคือในการเสื่อมศรัทธาเกิดขึ้นได้ ถ้าอย่างตัวเองเป็นเด็กชนบท ในการปฏิบัติของพระสงฆ์เองในบางเรื่อง ทำให้คนที่ไปปฏิบัติเกิดความเสื่อมศรัทธา ก็คือว่าทำไมพระสงฆ์ยังปฏิบัติเช่นนี้ ซึ่งบางครั้งเราเองคงไม่เข้าใจ ในหลักของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง เพราะว่าอาจจะเป็นคนเบาปัญญาไปบ้าง หรือการศึกษา การสั่งสอนอาจจะน้อยไป ก็จะต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ก็จะมองจากพระสงฆ์นี้เป็นหลักเพราะถือว่าพระสงฆ์นี้เป็นตัวแทน มีความรู้ว่าถ้ามีพระอย่างนี้มากเกินไป เหมือนไม่เกิดประโยชน์ ในขณะเดี๋ยวกัน ทำให้เกิดศาสนาเสื่อมลง ว่าคนยึดที่ตัวบุคคลมากกว่าจะยึดทางศาสนาแท้จริง หลวงพ่อ : เข้าใจ ขอบใจ แสดงความคิดความเห็นให้รับทราบ ก็ว่าญาติโยมชาวบ้านมีความเชื่อไม่ค่อยถูก เพราะว่าพระทำไม่ถูก คือพูดตรงไปตรงมา สนใจในเรื่องการสอนคนน้อย สนใจแต่เรื่องการสร้างวัตถุ คือระเบียบของพระสงฆ์ ยกย่องคนก่อสร้าง เมื่อก่อนหลวงพ่อไม่รู้ แต่ไปเป็นรองภาค 18 เจ้าคุณภาคท่านไม่มาจัดการประชุมอะไรที่กรุงเทพฯ จัดการเลื่อนบรรณาศักดิ์นี้ ก็ต้องไปนั่งประชุม พอไปนั่งประชุมถึงรู้นี้ อ๋อ ! นี่แสดงความผิดพลาด เพราะให้บรรณาศักดิ์แก่พระที่ก่อสร้าง สร้างโบสถ์ สร้างศาลา พัฒนาวัดอย่างนี้นะ ไม่ให้บรรณาศักดิ์แก่พระที่สอนคน สร้างคน ทีนี้พระก็คิดแต่ก่อสร้างในกรุงเทพฯ ต้องสร้าง 3 ล้าน ถึงจะได้ 3 ชั้น ภาคที่ 3 ต้องล้านห้า ภาคใต้ก็ต้องล้านห้า พระก็ต้องรายงานแต่เรื่องก่อสร้าง หลวงพ่อดูแล้วไม่ถูกต้อง ต้องส่งเสริมพระที่สอนคน พระวัดไหนสอนคน พัฒนาคนให้ดีขึ้น ต้องเลื่อนบรรณาศักดิ์ ส่วนพระก่อสร้างไม่ต้อง ยุบไม่ให้ก็ได้ พระเรามีหน้าที่สำคัญที่สุดสอนคนให้ฉลาด พระพุทธเจ้าก็ตรัสรู้แล้ว ทำอะไรสอนคน พอตรัสรู้แล้วนั่งคิดว่า ไอ้สิ่งที่เรารู้นี้มันยากละเอียดลึกซึ้ง น่ากลัวคนมันจะไม่เข้าใจ มองไปที่สระน้ำใต้ต้นโพธิ์ มีสีหลายสี ดอกบัวที่เสมอน้ำจะบานตอนเช้า ดอกบัวที่จะบานในวันต่อไป ดอกบัวไม่บาน คนมันก็เหมือนดอกบัว พูดปุ๊บเข้าใจ ต้องอธิบายถึงจะเข้าใจ ก็นึกถึงอาจารย์เก่า อาธารดาบท พระองค์เคยไปเรียนภาวนาชั้นต้น แต่ว่าตายเสียแล้ว ปัญจวัคคี 5 ท่าน ที่เคยมาอยู่ร่วมปฏิบัติด้วยกัน แต่เมื่อพระองค์เปลี่ยนแนว คือมาเป็นเคร่ง อดอาหาร เป็นทุกข์กรกิริยา เหลือแต่หนังหุ้มกระดูก เรามาคิดแล้วไม่ได้เรื่อง ร่างกายหมดกำลัง จิตอ่อนแอ เปลี่ยนมาเสวยอาหาร พอเสวยอาหาร เปลี่ยนแนวแล้ว เราก็ค้นคว้าต่อไปจนสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า ก็คิดถึงท่านทั้ง 5 ว่าพอมีจิตใจพอสมควร ที่จะรับธรรมะ เลยออกเดินทางไปเลย ไปสู่พาราณะสี จากพุทธคยา ไปพาราณะสี นั่งรถไฟไป 6 ชั่วโมง แต่พระพุทธเจ้าท่านลัดไปในป่า ไปถึงวันเพ็ญพอดี เลยคุยกันเข้าใจกัน เทศน์ให้ฟัง องค์เดียวเท่านั้นรู้เรื่อง โกญฑัญญะได้ความรู้ขึ้นมา ว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มีการเกิด สิ่งนั้นก็ต้องมีความดับ แต่ความรู้ใหม่นะ ไม่มีสอนมาก่อนในอินเดีย เลยได้บวชเป็นพระ ในพุทธศาสนาองค์แรก อีก 4 องค์สอน 4 วันจึงได้ปัญญา แล้วก็สอนสูตรที่ 2 อนัตตลักขณะสูตร เรื่องอนันตา รูปเป็นอนัตตา เวทนาเป็นอนันตา สัญญาเป็นอนัตตา สังขารเป็นอนัตตา วิญญาณเป็นอนัตตา 5 ประการ ไม่มีตัวตน ท่านทั้ง 5 ฟัง แล้วสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ในพรรษานั้น ได้มีคนมาบวช 60 คนมาเรียนมาปฏิบัติ ออกพรรษาก็ส่งออกไปสอนเขาด้วย หน้าที่พระพุทธเจ้าให้ หน้าที่ก่อสร้างนี่ เป็นสมภารก็สร้างโน้นสร้างนี้ จนไม่มีเวลาสอนคน หลวงพ่อบอกว่า ทั้งหลายในเรื่องสร้างเป็นงานอดิเรก ไม่ใช้งานหลัก งานหลักคือการสอนคน เราสร้างวัดนี้ก็เพื่อสอนคน สร้างสถานที่นี้ก็เพื่อสอนคน พระที่มาอยู่วัดนี้ก็ฝึกฝนตนเอง เพื่อสอนคน สอนไม่ได้หยุด สอนจนเหนื่อยแล้วเวลานี้ ท่านครูปลัดบ่นเหนื่อยแล้ว บอกเหนื่อยไม่ได้ หลวงพ่อยังไม่เหนื่อย ทำต่อไปก็ทำงานอยู่ตลอดเวลา สอนให้คนรู้ สอนก่อนสอนตามใต้ต้นไม้ ทุกแห่งทำอย่างนั้น ก็ก้าวหน้าในเรื่องการสอน แล้วโยมมาวัดนี้อย่ามาเพื่อเรื่องอื่น มาเพื่อการศึกษา มาหาพระเพื่อศึกษา มาไตร่ถามปัญหาชีวิต เรื่องธรรมะ วัดเป็นสถานที่ให้การศึกษาไม่ใช่เป็นสถานที่ให้จัดรำวง มีละคร มีลิเก เรื่องเหลวไหลทั้งนั้น ทำงาน 5 วัน 5 คืน เหลือเงิน 20,000 เหนื่อยจะตายได้ขยะเต็มวัด ทำไปทำไม เพราะไม่มีนโยบายสอนคน หาเงินด้วยการเอาดนตรีมายั่วคน เปลี่ยนนโยบาย ต้องสอนคนให้ฉลาด แล้วเราสบาย ไม่ต้องลำบาก คนเขารู้ว่าพระต้องการอะไร เขาเอามาให้เท่าที่จำเป็น ไม่ให้เกินความต้องการ ไม่ใช่ซื้อบุญ ซื้อสวรรค์ ซื้อวิมาน ทำบุญจนหมดตัว มันไม่ถูก ทำให้มันพอดิบพอดี จึงจะใช้ได้ สอนน้อยพระเทศน์ไม่ค่อยเป็น เป็นพระดูหมอ ดูดวง รดน้ำมนต์ เขกกระบาล มันไม่ถูก คณะสงฆ์ยังไม่คิดพัฒนาให้มันดีขึ้น อยู่มันเป็นอย่างนี้ ต่อไปมันเสื่อม ไปไม่รอด เราต้องหาแนวทางที่ถูกต้อง ผม พตท.พงษ์พันธ์ รักใคร่ รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรอำเภอภูทอง จังหวัดอ่างทอง เรื่องการปฏิบัติ บ่อยครั้งที่ตัวเองมีความรู้สึกว่า นั่งอยู่ในกระบอกแล้วถูกกดลงไป จนจะหลุด ร่างก็กำหนดว่าอย่าไปๆ หลวงพ่อ : นั้นแหละคือสติมันมา เราจะไปไหน เราจะไปไหนคิดเสียก่อน คนโบราณสอนเป็นไสยศาตร์ อยากไปไหน ให้หยุดที่หัวบันใด แล้วก็ดูลมที่ออกจากทางจมูก ออกรูขวาก้าวเท้าขวา ออกรู้ซ้ายก้าวเท้าซ้าย แล้วถ้าออกสองรู้ทำอย่างไร นี้เป็นไสยศาสน์ แบบธรรมะก็หยุดคิดเสียก่อนไปไหน ไปทำไม ไปเพื่ออะไร แล้วจะได้อะไร สิ่งที่ได้มันดีหรือชั่ว มันสุขหรือทุกข์ หรือเจริญ ต้องคิดก่อนไปถูกต้อง ถ้าเกิดความคิดอย่างนั้นบ่อยๆ จะเป็นเครื่องห้ามล้อไม่ให้ไหลเลื่อนไปในทางชั่ว เขาเรียกว่าพระมาเตือน ความคิดที่ถูกเป็นพระ ความคิดที่ผิดเป็นมาร มารมันมาชวนเฮ้ยไม่ได้อย่าไป เสียหาย ต้องเชื่อพระอย่าไปเชื่อมารถึงจะปลอดภัย พงษ์พันธ์ : และบางครั้งออกข้างๆ ออกทางเข่า ก็ห้ามอย่าไป ก็คิดว่าถูกต้องใช่ไหมครับ หลวงพ่อ : นั่นคือสติ นั่นคือธรรมชาติไฝ่ดี ในตัวเรามันมี 2 อย่าง ฝ่ายดี กับ ฝ่ายชั่ว ฝ่ายชั่วคิดอย่างนี้ ฝ่ายดีบอกไม่ได้ อย่าคิดอย่างนั้น ทีนี้เราจะฟังฝ่ายดีหรือฝ่ายชั่ว ถ้าฟังฝ่ายชั่วก็ไปเลยเสียคน ถ้าฟังฝ่ายดีมันก็หยุด ถ้าฝ่ายดีเกิดขึ้นต้องเชื่อฝ่ายดี ไม่เชื่อฝ่ายชั่วก็ปลอดภัย พงษ์พันธ์ : การปฏิบัตินั้นก็มีอยู่ 3 คือ การนั่ง ยืน เดิน และเวลาที่ใช้ในการปฏิบัตินั้น ใช้เวลามากน้อยแค่ไหนจึงจะสมควรครับ หลวงพ่อ : ว่าตามเหตุตามผล ถ้ายังต่อสู้กันก็ต่อสู้กันจนจบ เพราะฝ่ายชั่ว ฝ่ายดีมาอ้างเหตุผล สู้กันจนชนะ ผม พตท. วีระชัย ทูตจินดา รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน สภอ.บางกรวย คือจากประสบการณ์ ที่ผมได้ทำงานที่บางกรวย ก็พบเห็นสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม ในเรื่องพระสงฆ์มากมาย ก็มานั่งคิดดูว่า เราจะมีมาตรการอย่างไร ไม่ให้พระบางองค์เป็นเหลือบในทางศาสนา เป็นผู้แสวงหาผลประโยชน์ คือเล็ดลอดเข้ามาบวช เพราะว่าเดี๋ยวนี้มีมิตรฉาชีพ พระสงฆ์ส่วนมากดี มีส่วนน้อย เข้ามาเพื่อแอบแฝงหาผลประโยชน์ เพื่อมาทำให้ศาสนาเสื่อมทำให้ศาสนาเลวลง บางครั้งถูกไล่ออกจากวัดนี้ แต่พอไปวัดอีกวัดหนึ่งไปหาพระอุปัชฌา ท่านไม่ทราบท่านก็บวชให้ คือมีมาตรการใด ที่จะสกัดกั้นคนไม่ดี ไม่ให้มาบวช เช่นใครจะบวช ก็ต้องตรวจสอบประวัติก่อน หรือตรวจสอบความประพฤติก่อน ไม่ใช้ว่าใครมาแสดงเจตนาจะบวช พระอุปัชฌาวัดนั้น ก็ให้บวชได้ ถ้าบวชในกรุงเทพฯ ไม่ได้ ก็ไปบวชต่างจังหวัดก็ได้ ทำให้พวกนี้เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวงศาสนา ทำให้ศาสนาเราเลวลงนะครับ ทางเราเป็นตำรวจ ถ้าทางสงฆ์ต้องการให้เราทำประวัติ พิมพ์รายนิ้วมือก็สามารถทำได้ ทดสอบได้เป็น 10 ปี 20 ปีเลย มีมาตรการใด ที่จะสกัดกั้นคนไม่ดี ที่จะเข้ามาในศาสนาทำให้ศาสนาเลวลง หลวงพ่อ : ความจริงเรื่องนี้มันสำคัญอยู่ที่พระอุปัชฌา เพราะพระอุปัชฌารับคนเข้าโบสถ์ พระอุปัชฌาต้องสอบสวน ทวนถามให้แน่นอน คนนี้เป็นใคร มีพฤติกรรมอย่างไร ถ้าเป็นหลวงพ่อ ถ้าคนที่มาบวชอายุมากหน่อย หลวงพ่อก็จะบอกว่า โยมอย่ามาบวชเลย อายุมันก็มากแล้ว จะไปเรียนอะไรก็ไม่ทัน ให้โยมปฏิบัติถือศีลทุกวันพระก็ได้ ตลอดปีก็ได้รักษาเนื้อรักษาตัว ถ้าแกอยากจะบวช ก็เอามาทดสอบ ให้แกมาอยู่ที่วัดนี้ พออยู่ได้ 7 วันก็หายไปแล้ว ทนไม่ได้ ก็เลยไม่ต้องบวช ทำอย่างนั้น ถ้าเป็นคนหนุ่มก็ถามว่าเราเรียนอะไร ทำงานอะไร บ้านอยู่ที่ไหน ถามตัวเขา พ่อแม่เขา เวลาเจ้าตัวไม่อยู่ ก็เรียกพ่อแม่เขามาถาม ว่าติดยาหรือเปล่า บอกความจริงนะ จะได้ช่วยกันแก้ไข แต่ถ้าติดยาก็เอามาโกนหัวนุ่งแต่งตัวสีนี้ แต่ยังไม่บวชนะ ให้กินข้าว แล้วบอกญาติพี่น้อง อย่าเอาสตางค์มาให้เป็นอันขาด เพราะถ้ามีสตางค์มันไปซื้อกิน ให้ท่องหนังสือ ดูหนังสือ 15 วัน ถ้าครบอยู่ได้ถึงจะให้บวช เฝ้าดูตลอดเวลา เรียบร้อย ไม่ค่อยเสียหาย แต่นี้พระอุปัชฌามักง่าย ท่านนึกว่าคนมันดี มันไม่ได้ดีเสมอไป บวชแล้วทำให้เสียหาย เราต้องสอบผ่าน เอามาทดสอบ แต่ว่ามันลำบาก เวลาประชุมอุปัชฌา อบรมอุปัชฌาวัดสามพระยานะ หลวงพ่อไปนั่ง เขาให้เป็นกรรมการๆ ทั่วไป ก็ไปนั่งไม่ให้ทำอะไร อยากจะพูดๆ แนะนำพระอุปัชฌาควรจะทำอะไร ควรจะพัฒนาอะไรบ้าง ขอให้เจ้าคุณปัญญาพูดบ้างก็ต้องคิดดูก่อน เอ ! ทำไมต้องคิดดูก่อน เราไม่ได้พูดให้เสีย พูดดีทั้งนั้น แต่มันขัดกัน พูดแล้วมันกระตุ้นให้รู้สึกตัว ไม่ได้คิดถึงศาสนา บวชง่าย ไม่ได้บวชยาก พระพุทธเจ้าบอกว่า ต้องกลั่นกรอง เอาหมาเข้าบ้านมันต้องรู้ เอานักเลงเข้าบ้าน ของขายหมดเสียหาย พอแล้ว เอ้าลุกขึ้นกราบพระ สงบจิต สงบใจ กราบพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ไปพิจารณาตัวเอง สอบสวนตัวเอง.อบรมข้าราชการ ณ
วัดปัญญานันทาราม
ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี