ปาฐกถาธรรม เรื่อง การเริ่มต้นที่ดีในวันปีใหม่ แสดงที่หอสมุดแห่งชาติ ๒๙ มกราคม ๒๐ ญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลาย ณ  บัดนี้  ถึงเวลาของการฟังธรรมปฐกถา  เรื่องการเริ่มต้นที่ดีในวันปีใหม่แล้ว อาตมาได้รับคำ อารธนาจากเจ้าหน้าที่หอสมุดฯ เดือนกว่าแล้ว ได้บันทึกไว้ว่า วันที่ ๒๙ ปาฐกถาที่หอสมุดแห่งชาติ ไม่ได้ เขียนไว้ในสมุดว่าเรื่องอะไร เมื่อตะกี้รถไปถึงวัดก็ถามคนที่ไปรับว่า เขาให้พูดเรื่องอะไรคนที่ไปบอกว่า  ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องอะไร แต่เมื่อรถมาถึงที่นี่มีป้ายบอก ชื่อเรื่องว่า การเริ่มต้นที่ดีในวันปีใหม่ ซึ่ง ก็เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ลำบากยากเข็ญอะไรในการที่จะพูดสู่กันฟัง ตามปกติเวลาจะไปปาฐกถาที่ไหน  ถ้าผู้นิมนต์ตั้งชื่อเรื่องไว้ให้ดีเหมือนกัน เวลาคนนิมนต์ไปปาฐก ถาก็มักจะถามว่า  ท่านจะพูดเรื่องอะไร นึกไม่ใคร่ออกว่าจะพูดเรื่องอะไร ก็เลยบอกไว้ว่าเรื่องอะไรก็ ได้ไปเขียนชื่อไว้ก็แล้วกัน ฉันพูดให้เข้าเรื่องได้ทั้งนั้น คล้ายๆกับทางปักษ์ใต้  สมัยก่อนมีโรงมโนห์ราอยู่โรงหนึ่ง ชื่อโนห์ราสีทอง โนห์ราสีทองนี้รำมาตั้ง แต่หนุ่มจนกระทั่งแก่  คนตีเครื่องเขาเรียกว่าลูกคู่ บางทีให้เด็กช่วยตี เด็กมันบอกว่าตีเข้าเถอะ ลูกเอ๋ย ลุงรำได้ทั้งนั้น ไม่ว่าตีอย่างไร รำเข้าเพลงได้ทั้งนั้น เพราะว่าแกเก่งทางรำ ฉะนั้นคนจะตีกลองตีเกราะ ตีโม่ง ตีอย่างไรก็ตาม แกก็รำไปตามจังหวะของแกได้ การปาฐกถาก็เหมือนกัน เขาจะตั้งชื่อเรื่องอะไร ไว้ก็ได้ทั้งนั้น พอมาถึงก็พูดให้เข้าเรืองได้ สำหรับวันนี้มีชื่อเรื่องว่า การเริ่มต้นที่ดีในวันปีใหม่ แต่ว่าวันนี้ซุ่มเสียงมันไม่ค่อยจะปกติ เพราะว่า เมื่อวันที่  ๒๕  เดินทางไปเชียงใหม่ พอไปถึงเขาก็จัดโปรแกรมเสียมากมาย วันละสามครั้ง พูดหนึ่งชั่ว โมงจบ แล้วก็มีคนตั้งปัญหาเยอะแยะ ต้องตอบปัญหากันอีกจนกระทั่งเสียงแหบเสียงแห้ง กลับมาถึงวัดนอน ได้คืนเดียวก็ต้องบินไปขอนแก่น  ไปปาฐกถาที่นั่น  แล้วก็กลับมาเมื่อเช้านี่เอง คอยังเจ็บอยู่เสียงยังแห้ง  แต่ว่าเมื่อรับนิมนต์แล้วก็ต้องมาพูดไปตามประสาคอแห้ง  สำหรับผู้ฟังนั้นหูคงไม่แห้ง เพราะว่าไม่ต้องออก เสีงอะไร คนพูดนี้ต้องออกเสียงบ่อยๆ เสียงก็ต้องแห้งเป็นธรรมดา แต่ว่าก็พอพูดได้ เพราะว่าใช้เครื่อง ขยายเสียง ที่ว่าควรจะเริ่มต้นในวันปีใหม่  นี่ควรจะเริ่มต้นอย่างไร ความจริงชีวิตของคนเรานี้ ควรจะมีการ เริ่มต้นทุกๆวัน ปีหนึ่งมันเริ่มต้นกันครั้งหนึ่ง นี่มันช้าไป ถ้าทำอะไรผิดก็ผิดกันตั้งปี มันชักช้าเกินไป เพราะ ฉะนั้นจึงควรจะได้มีการเริ่มต้นที่ดีทุกวัน ให้ถือว่าทุกวันนั้นก็เป็นวันใหม่ของเรา เพราะเรื่องใหม่เรื่องเก่า นั้นก็เป็นเรื่องสมมติ  ถ้าเราสมมติว่า  วันนี้  เป็นวันใหม่ของเรา พอตื่นเช้าก็ถือว่าเป็นวันใหม่ พรุ่งนี้ก็ ควรจะถือว่าเป็นวันใหม่ แล้วเมื่อถึงวันใหม่ ก็ควรจะเริ่มต้นชีวิตในทางที่ดีต่อไป การที่จะเริ่มต้นให้ดีให้งามต่อไปนั้น จะต้องอาศัยการรู้จักตัวเอง การที่จะรู้จักตัวเองได้ก็ต้องหมั่น ตรวจสอบพิจารณาตัวเอง เพื่อให้รู้ว่าเรามีความบกพร่องอะไร มีความไม่ดี เป็นอย่างไรบ้าง เรื่องนี้เป็น หลักปฏิบัติอันหนึ่งในทางพระพุทธศาสนา   พระผู้มีพระภาคเจ้า   ท่านสอนสาวกของพระองค์ทั้งภิกษุและ ชาวบ้าน ว่าให้หมั่นพิจารณาตัวเอง ให้หมั่นตักเตือนตัวเอง แก้ไขตัวเอง เพื่อจะปรับให้เข้ากับแนวทางที่ ถูกที่ชอบต่อไป คนเราตามปกติมันจะไม่ค่อยมีเวลาที่จะพิจารณาตัวเอง ตักเตือนตัวเองมากนัก เรามีเวลาให้คนอื่น มีเวลาสำหรับงานอันเป็นหน้าทีๆ จะต้องจัดต้องทำอยู่ตลอดเวลา แต่เราไม่ได้แบ่งเวลาไว้สำหรับมานั่ง ดูตัวเอง ถึงแม้ว่าจะมีเวลาดูบ้าง แต่ก็ดูแต่เรื่องภายนอกไม่ได้ดูเรื่องภายใน การดูเรื่องภายนอกคือการดูร่างกาย ตกแต่งร่างกายด้วยเครื่องหอมมีประการต่างๆ อันนี้ยังไม่ชื่อ ว่าเป็นการพิจารณาตัวเอง  ปรับปรุงตัวเองในแง่ธรรมะ แต่เป็นเรื่องของวัตถุเท่านั้นเอง เราควรจะมี เวลาสำหรับให้เราได้ตรวจตราตรวจสอบตัวเราเอง ในแง่ความคิด ซึ่งเรียกว่าทิฏฐิในแง่ของการกระทำ ในการงานอันเป็นหน้าที่ และการเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน ถ้าหากว่าได้มีการพิจารณาตัวเองไว้บ้าง เราก็จะพบความบกพร่องของตัวเรา ว่ามีอะไรพกพร่อง แล้วจะได้มีการปรับปรุงแก้ไขต่อไป ความเสียหายอันจะเกิดขึ้นแก่ชีวิตคนจะไม่มากนัก เพราะถ้ามันเกิดก็ เกิดได้เพียงวันเดียว  แล้ววันรุ่งขึ้นเราก็จะได้แก้ไขต่อไป  แต่ถ้าไม่มีการพิจารณาไม่มีการปรับปรุงเสีย เลย  ถ้ามีอะไรบกพร่องกันไปนานๆ  มีอะไรที่เป็นความเสียหายแก่ชีวิต แก่การงาน ก็จะเกิดความเสีย หายกันเป็นการใหญ่ เพราะไม่มีการปรับปรุงแก้ไข จึงใคร่จะขอแนะนำว่า  ถ้าเราปรารถนาที่จะอยู่อย่างมีชีวิตสมบูรณ์ มีการงานสมบูรณ์ มีความสุขที่ สมบูรณ์ ก็ควรจะได้มีการพิจารณาตัวเองบ่อยๆ แต่ว่าเราจะทำตลอดวันมันก็ไม่ได้ เพราะว่ามีภารกิจที่จะ ต้องจัดต้องทำ ควรจะทำในเวลาที่เราว่างจากการงาน ทีดีที่สุดคือในเวลากลางคืนก่อนจะหลับนอน ตามธรรมเนียมคนไทยเราตั้งแต่โบราณมานั้น  เมื่อจะหลับนอนก็ต้องมีการไหว้พระสวดมนต์  การ ไหว้พระสวดมนต์นี่ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น   และเป็นกิจวัตรที่จะต้องกระทำทุกคืน  เมื่อสมัยเป็นเด็กเคยได้ ยินคนๆหนึ่งมาจากเหนือมานอนที่บ้าน  ตอนจะนอนนี้แก่สวดมนต์ใหญ่เลย  สวดดังๆ ไม่เกรงใจใคร แล้ว แกก็นอน ตอนเช้ามืดOPT 1.50!B„!@K(Nn