ภาคผนวก พุทธศาสนสุภาษิตและคำสอน พระพุทธคุณ พุทฺโธ สุสุทฺโธ กรุณามหณฺณโว พระพุทธเจ้าผู้บริสุทธิ์ มีพระกรุณาดุจห้วงมหรรณณพ พระพุทธองค์ทรงคุณอย่างเลิศล้น ทรงคิดค้นความจริงแท้แน่ที่สุด เป็นที่พึ่งอาศัยของชาวพุทธ ให้วิมุตติหลุดพ้นเข้านิพพาน ทรงมองเห็นความทุกข์ด้วยองค์เอง ทรงบรรเลงฟันฝ่าอย่างกล้าหาญ ในที่สุดหลุดพ้นถึงนิพพาน มีดวงมาลย์โดดเด่นเหนืออื่นใด บริสุทธิ์ภายในไกลกิเลส รู้สาเหตุรู้ผลจนว่างใส ดับที่เหตุจนสนิทที่จิตใจ ผลทั้งหลายหายวับดับลงพลัน เกิดตัวรู้มั่นคงอยู่ตรงกลาง รู้ปล่อยวางรู้ทุกข์รู้สุขสันต์ เกิดรู้แจ้งเห็นจริงทุกสิ่งอัน อัศจรรย์เปิดเผยไม่เคยมี จิตสะอาดสว่างและสงบ ได้มีครบแห่งองค์ผู้ทรงศรี ถึงจุดจบแห่งภพในทันที พร้อมกันนี้สอนเวไนยให้รู้ตาม. (อาจารย์เปรียง เกตุแก้ว) พระธรรมคุณ ธมฺโม ปทีโป วิย ตสฺส สตฺถุโน พระธรรมของพระศาสดา สว่างรุ่งเรืองเปรียบดวงประทีป พระธรรมคือคำสอนพระพุทธองค์ ที่มั่นคงตรงแท้ไม่แปรผัน เป็นความจริงพิสูจน์ได้ทุกสิ่งอัน สารพันเป็นวิทยาน่าทดลอง ท่านตรัสสอนโอวาทปาติโมกข์ ให้หมดโรคทางกิเลสหายเศร้าหมอง ไม่ทำบาปสร้างกุศลให้ถึงพร้อม แล้วนอบน้อมจิตใจผ่องใสตาม ทรงรู้แจ้งแห่งทุกข์ในพระองค์ จึงได้ทรงกำหนดทางไว้เป็นสาม ให้เวไนยไตร่ตรองพอรู้ความ ปฏิบัติตามพระองค์ไม่หลงทาง ทางพระองค์ทรงให้ไตรสิกขา ศีล สมาธิ ปัญญา พากระจ่าง หากไม่รู้ดูมรรคแปดนั่นแหละทาง กำหนดวางให้ปฏิบัติอย่างชัดตรง ทำจิตใจให้มีพรหมวิหาร สมาทานรักษาศีลมิให้หลง ภาวนาทำจิตใจให้มั่นคง รู้จักปลงปล่อยวางเป็นทางดี รู้อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา รู้มรรคารู้เหตุแห่งวิถี มีสติรู้ตัวรู้ชั่วดี ผู้ใดมีพระธรรมซึ้งถึงนิพพาน. (อาจารย์เปรียง เกตุแก้ว) พระธรรมคุณ เปิด-เปิด-เปิด เปิด เปิด ตาให้รับแสงแห่งพระธรรม ยิ่งมืดค่ำ ยิ่งเห็นชัด ถนัดถนี่ สมาธิมาก ยิ่งเห็นชัดถนัดดี นี่วิธี เปิดตาใจ ใช้กันมา เปิด เปิด หู ให้ยินเสียงสำเนียงธรรม ทั้งเช้าค่ำ มีก้องไปในโลกหล้า ล้านล้านปี ฟังให้ชัด เต็มอัตรา คือเสียงแห่ง สุญญตา ค่าสุขใจ เปิด เปิด ปาก สนทนา พูดจาธรรม วันยังค่ำ อย่าพูด เรื่องเหลวไหล พูดแต่เรื่อง ดับทุกข์ได้ โดยสัจจนัย ไม่เท่าไร เราทั้งโลก พ้นโศกแล ฯ ศีลธรรมกลับมาเถิด กลับมาเถิด ศีลธรรม กลับมาเถิด กำลังเกิด ภัยร้าย อันใหญ่หลวง แก่สัตว์โลก ทั่วถิ่น จักรวาลปวง น่าเป็นห่วง ความพินาศ ฉกาจเกิน กลับมาเถิด ศีลธรรม กลับมาเถิด ในโลกเกิด กลียุค อย่างฉุกเฉิน หลงวัตถุ บ้าคลั่ง เกินบังเอิญ มัวเพลิดเพลิน สิ่งกาลี มีกำลัง กลับมาเถิด ศีลธรรม กลับมาเถิด ความเลวร้าย ลามเตลิด จวนหมดหวัง รีบกลับมา ทันเวลา พาพลัง มายับยั้ง โลกไว้ ให้ท้นกาลฯ (พุทธทาสภิกขุ) พระธรรมคุณ ถ้าศีลธรรมไม่กลับมา ถ้าศีลธรรม ไม่กลับมา โลกาวินาศ มนุษยชาติ จะเลวร้าย กว่าเดรัจฉาน มัวหลงเรื่อง กิน กาม เกียรติ เกลียดนิพพาน อาชญากรรม เกิดกระหน่ำ ลงในโลก มีเลือดโชก แดงฉาน แล้วซ่าไหล เพราะบ้ากิน บ้ากาม ทรามเกินไป บ้าเกียรติก็ พอไม่ได้ ให้เมาตน อยากครองเมือง ครองโลก โยกกันอยู่ ไม่มีใคร เมตตาใคร ให้สับสน ขอศีลธรรม ได้กลับมา พาหมู่คน ให้ผ่านพ้น วิกฤตการณ์ ทันเวลา ฯ ศีลธรรมกับคน ศีลธรรมเลว คนก็ได้ กลายเป็นผี หาความดี ไม่ประจักษ์ สักเส้นขน ศีลธรรมดี ผีก็ได้ กลายเป็นคน ที่เลิศล้น ภูมิใจ ไหว้ตัวเอง ศีลธรรมต่ำ เปลี่ยนคน จนคล้ายสัตว์ จะกินกัด โกงกัน ขมันเขม็ง ศีลธรรมสูง คนสดใส ไม่อลเวง ล้วนยำเกรง กันและกัน ฉันเพื่อนตาย ศีลธรรมนี้ ทุกวัน มันตายซาก คนมีปาก ก็ไม่พล่าม ศีลธรรมหาย ศีลธรรมกลับ มาเมื่อไร ทั้งกายใจ คนจะหาย จากทุกข์ เป็นสุขเอง ฯ (พุทธทาสภิกขุ) พระธรรมคุณ สำคัญที่มีศีลธรรม ศีลธรรม มีประจำ อยู่คู่โลก ยิ่งกว่าโชก ใดใด ที่ใฝ่ฝัน โชคจะดี หรือร้าย อย่างไรกัน มันสำคัญ อยู่ที่ มีศีลธรรมฯ อยู่กับธรรม เมื่อรบสู้ กับศัตรู สู้ด้วยธรรม จะปลุกปล้ำ กันเท่าใด ไม่เสียหาย ถ้าสู้กัน อย่างนี้ไม่มีตาย ในสุดท้าย จะปรองดอง ต้องใจกัน เมื่อป้องกัน ศัตรู รู้ใช้ธรรม เป็นกำแพง เพชรล้ำ เลิศมหันต์ ป้องกันได้ สารพัด น่าอัศจรรย์ ป้อมค่ายมั่น กว่าสิ่งใด ในโลกคน เมื่อหลบซ่อน จากศัตรู อยู่กับธรรม ไม่ระกำ ทุกข์เห็น สักเส้นขน ช่วยปลุกปลอบ ชื่นชอบ ฉ่ำกมล ขอทุกคน จงมีธรรม ประจำกายฯ (พุทธทาสภิกขุ) เรียนธรรมดีกว่า วิชาโลกเรียนเท่าไรไม่รู้จบ เพราะพิภพกลมกว้างใหญ่ลึกไพศาล วิชชาธรรมเรียนแล้วทำจนชำนาน คงพบพานจุดจบสบสุขเอยฯ (จากหนังสือหน้าที่ของคน) ถ้าคนไร้ธรรม ถ้าแม้นคน ไร้ธรรม ประจำจิต ดวงชีวิต ย่อมจัก หมดศักดิ์ศรี มีค่าเทียม เท่าสัตว์ ในปฐพี ชีวิตนี้ ไร้ค่า น่าเสียดายฯ ------------๐๐๐๐๐๐------------ พระสังฆคุณ สงฺโฆ สุเขตฺตาภยติเขตฺตสญฺยิโต พระสงฆ์เป็นเนื้อนาบุญอันยิ่งใหญ่กว่านาบุญอันดีทั้งหลาย ------------------------ พระพุทธองค์ทรงดับขันธ์นานยิ่งนัก แต่ว่าหลักที่ท่านตรัสยังชัดอยู่ เพราะพระสงฆ์องค์สาวกยกเชิดชู คอยเป็นครูสอนธรรมนำปวงชน เป็นแบบอย่างให้เห็นอย่างเด่นชัด ใฝ่ฝึกหัดปฏิบัติจนเกิดผล ปฏิบัติดีปฏิบัติตรงไม่หลงกล ประพฤติตนเพื่อรู้ธรรมเครื่องนำทาง ออกสั่งสอนมวลชนคนทั่วไป ให้มีใจมั่นคงอย่างสงฆ์บ้าง ฝึกที่ตนสนที่ใจให้เป็นกลาง จะเห็นทางพ้นทุกข์สุขนิรันดร์ อันพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ เป็นทางตรงของจริงมิใช่ฝัน พิสูจน์ได้ด้วยกายและใจนั้น รู้ทั่วกันไม่จำกัดเพศและวัย เพราะพระสงฆ์ทรงคุณอย่างล้นเหลือ ที่เอื้อเฟื้อนำพระธรรมมาส่งให้ กว่าสองพันห้าร้อยปีนี้แล้วไซร้ ศาสนาได้คงอยู่คู่โลกาฯ (อาจารย์เปรียง เกตุแก้ว) หมวดพระคุณพ่อแม่ พฺรหฺมาติ มาตาปิตโร มารดาบิดาเป็นพระพรหมของบุตร โคมทองของชีวิต เปรียบพ่อแม่ เช่นโคมทอง ของชีวิต ช่วยชี้ทิศ ช่วยนำทาง ช่วยสร้างสรรค์ ให้ความรัก ให้ความรู้ ชูชีวัน ลูกจงหมั่น กตัญญู รู้แทนคุณฯ ใครนะที่ห่วงใยเรา โลกนี้มีใคร ห่วงใย เมตตา รักเราเท่าฟ้า อบรม ตักเตือน พ่อแม่ยิ่งใหญ่ หาใคร มาเหมือน เราอย่าแชเชือน รีบตอบ แทนคุณฯ ใครนะที่ช่วยเรา เมื่อล้มกลิ้ง ใครหนอ เข้ามาช่วย แล้วปลอบด้วย คำหวาน กล่อมขวัญให้ ทั้งยังจูบที่ เจ็บชมัด ปัดเป่าไป คนนั้นไซร้ ที่แท้ แม่ฉันเองฯ อภัยเสมอ พระคุณแม่ลึกล้ำ ลูกจดจำ ในดวงใจ แต่เล็กจนเติบใหญ่ ไม่มีใคร มาเปรียบปาน ส่งลูกให้ศึกษา เรียนวิชา เขียนและอ่าน ลูกเจ็บแม่พยาบาล หากลูกพาล แม่อภัยฯ อกใครแสนอุ่น อุ่นใดใด ในหล้า ที่ว่าอุ่น มิเปรียบคุณ อุ่นอกแม่ แผ่ปกป้อง สายน้ำใจ สายธารถัน แม่กลั่นกรอง คอยประคอง ให้ลูกตน เป็นคนดีฯ จะมีอะไรเปรียบ ทั้งสามภพ ยกตั้ง ขึ้นชั่งเปรียบ หนักไม่เทียบ พระคุณแม่ แลสุดหา ถึงอบอุ่น สุริยัน และจันทรา อกมารดา อิงอุ่น กว่าสูรจันทร์ ความหมายที่ลึกซึ้ง แม่ แม่ แม่ คำนี้ มีความหมาย มีพระคุณ มากมาย หลายสถาน แม่เป็นได้ หลายสิ่ง หลายประการ เป็นธนาคาร เป็นพระพรหม เป็นร่มไทร เป็นผู้ให้ กำเนิด เกิดลูกรัก เป็นผู้ให้ ที่พัก พิงอาศัย เป็นผู้ให้ ความการุญ อุ่นกายใจ เป็นผู้ให้ อะไรอะไร ไม่รามือ ลูกเจ็บไข้ แม่ก็ให้ การรักษา ลูกโตมา แม่ก็ส่ง เรียนหนังสือ ลูกต้องการ ตำรา แม่หาซื้อ ลูกปรึกษา หารือ แม่ยินดี โอ้แม่จ๋า พระคุณแม่ แผ่ปกเกล้า โอ้แม่จ๋า ผู้เฝ้า ไม่หน่ายหนี โอ้แม่จ๋า ผู้เมตตา เอื้ออารีย์ โอ้แม่จ๋า ลูกแม่นี้ ซาบซึ้งใจ ดวงใจแม่ สะอาดแท้ กว่าทุกสิ่ง ดวงใจแม่ สะอาดยิ่ง กว่าสิ่งไหน ดวงใจแม่ สะอาดเกิน กว่าสิ่งใด ดวงใจแม่ มีไว้ เพื่อลูกเอย ฯ ใช่เพียงให้กำเนิด แม่มิเพียง แต่ให้ กำเนิดลูก จิตท่านผูก เฝ้าถนอม เป็นจอมขวัญ แม่มิเพียง เลี้ยงลูก ให้ใหญ่เท่านั้น แม่เพียรสรร สร้างนิสัย ให้ลูกดี ปลูกฝังหวังให้ดี เมื่อลูกใหญ่ วัยถ้วน ควรศึกษา แม่ก็พา ลูกรัก ไปฝากให้ จะเสียทุน หนุนค่า วิชาไป ถ้ามีให้ แล้วไม่ขัด เป็นสัตย์จริง ถึงไม่มี บางที ก็กู้เขา      จะหนักเบา ยอมลูก ไปทุกสิ่ง สู้ตรากตรำ ทำการ งานจริงจริง      เพื่อแลกสิ่ง ทรัพย์ได้ มาให้เรา เมื่อลูกเสร็จ การศึกษา วิชาเชี่ยว แม่คนเดียว ดีใจ ใครจะเท่า      พอลูกหา ทรัพย์ได้ ใจท่านเบา เพราะท่านเฝ้า ปลูกฝัง หวังให้ดี ไม่มีใครปาน พระคุณแม่ เลิศฟ้า มหาสมุทร พระคุณแม่ สูงสุด มหาศาล พระคุณแม่ เลิศหล้า สุธาธาร ใครจะปาน แม่ฉัน นั้นไม่มี ฯ      ไม่มีหมึกจารึกคุณ พระคุณท่าน นั้นประมาณ ไม่สิ้นสุด แม้สมมติ เอาแผ่นดิน สิ้นแห่งหน เป็นหมึกก้อน ผ่อนละลาย ในสายชล จนเต็มล้น มหาสมุทร สุดนที แล้วเอา พระสุเมรุ ที่เด่นหล้า เป็นปากกา จุ่มหมึก บันทึกที่ เอาท้องฟ้า เป็นกระดาษ วาดก็ดี แล้วเขียนชี้ บุญคุณ ท่านมารดา เขียนจนสิ้น ดินฟ้า มหาสมุทร เขียนจนสุด พระสุเมรุ ที่เด่นหล้า ก็ไม่สิ้น สุดบุญ คุณมารดา จึงนับว่า ใหญ่ยิ่ง กว่าสิ่งใด ฯ ความรักแท้ รักของใคร หรือจะแท้ เท่าแม่รัก ผูกสมัคร สายเลือด ไม่เหือดหาย คนอื่นรัก ยังประจักษ์ ว่ารักคลาย จืดจางง่าย ไม่จีรัง ดั่งมารดา ฯ รักไม่เสื่อม สุริยา ถึงครา ก็ลาลิบ ผกาทิพย์ ยังรู้พราก จากสวรรค์ รักพ่อแม่ มีต่อลูก ผูกสัมพันธ์ ไม่มีวัน เสื่อมซา ร้างราไกล ฯ แม่จ๋าลูกสงสัย แม่จ๋า... แม่ช่วยตอบปัญหา ลูกได้ไหม ใยแม่เฝ้า รักลูก ผูกหัวใจ ลูกดีชั่ว อย่างไร รักไม่คลาย หัวใจแม่ เป็นไฉน ใยผ่องผุด หลั่งรักแม้ บริสุทธิ์ ไม่ขาดสาย เฝ้าพันผูก ตั้งแต่ลูก กำเนิดกาย จนลูกตาย รักของแม่ ไม่แปรเอย ฯ ถึงชั่วก็รัก พระคุณใครใหญ่ล้ำ มารดา เล่าเอย หวงห่วงไม่ระอา ลูกน้อย ยามเจ็บป่วยรักษา มิห่าง แม้ลูกชั่วต่ำต้อย แม่นี้ยังแล ฯ ความหวัง ยามแก่เฒ่า หวังให้เจ้า คอยรับใช้ ยามป่วยไข้ หวังให้เจ้า เฝ้ารักษา ยามเมื่อถึง วันตาย วายชีวา หวังให้เจ้า ปิดตา คราสิ้นใจ ฯ หมวดลูกกตัญญู นิมิตฺตํ สาธุรูปานํ กตญฺญูกตเวทิตา ความกตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายของคนดี      ------------ ลูกที่ดี ลูกที่ดี มีหัวใจ แบ่งให้แม่ ต้องดูแล เลี้ยงดู ชูใจท่าน เพียงแต่ลูก ถามไถ่ ให้ชื่นบาน ด้วยคำหวาน ก็แสนสุข สบายใจ ต้องรักษา ความดี ไม่มีพร่อง และยังต้อง เพิ่มความดี ที่สดใส มีหิริ โอตตัปปะ ชนะภัย รู้สึกความ ละอาย ในสิ่งทราม ต้องรู้จัก อดกลั้น และอดทน ต้องเป็นคน จิตผ่องใส ไม่เกรงขาม ต้องน่ารัก น่าเอ็นดู ทุกโมงยาม เป็นคนงาม ทั้งกิริยา และน้ำใจ ทั้งมนุษย์ เทวดา อยากช่วยเหลือ อยากจุนเจือ อยู่เป็นสุข ทุกสมัย ทั้งบัณฑิต สรรเสริญ เจริญใจ อยู่แห่งใด ใครก็อยาก ผูกสัมพันธ์ จะทำงาน สิ่งใด ก็สำเร็จ เพราะมีเพชร กตัญญู เป็นคู่ขวัญ แม้นหาก ปรารถนา พระนิพพาน กตัญญู ก็เป็นฐาน ให้ถึงพลัน ฯ ความปลื้มใจของพ่อแม่ พ่อแม่ไม่มี เงินทอง จะกองให้ จงตั้งใจ พากเพียร เรียนหนังสือ หาวิชา ความรู้ เป็นคู่มือ เพื่อยึดถือ เอาไว้ ใช้เลี้ยงกาย พ่อกับแม่ มีแต่จะ แก่เฒ่า จะเลี้ยงเจ้า เรื่อยไป นั้นอย่าหมาย ใช้วิชา ช่วยตน ไปจนตาย ลูกสบาย แม่กับพ่อ ก็ปลื้มใจฯ ถึงจนก็ทนได้ พ่อแม่จน ทนได้ ไม่ทุกข์หนัก เท่าลูกรัก ประพฤติตน เป็นคนชั่ว ลูกกี่คน เลี้ยงได้ ไม่หมองมัว ไม่โศกเศร้า เท่าลูกตัว ชั่วระยำฯ ไม้เท้ายังดีกว่า มีไม้เท้า ใช้ยัน ยึดกันร่าง คลำหาทาง แกว่งกวัด สัตว์ร้ายหนี ป้องกันตัว ติดตน ผลทวี ดีกว่ามี ลูกรั้น อกตัญญูฯ ลูกที่เลว ลูกคนใด กระทำ กรรมแก่แม่ สุดเลวแท้ ชั่วช้า สิ้นราศรี ลูกด่าแม่ ตีแม่ ลูกอัปรีย์ ลูกไม่ดี ทำแม่ช้ำ น้ำตาริน น้ำตาแม่ รินไหล เมื่อลูกร้าย น้ำตาแม่ เป็นสาย เมื่อลูกหมิ่น น้ำตาแม่ หลั่งลง รดแผ่นดิน เมื่อได้ยิน ลูกเสเพล เนรคุณฯ ใช้พระธรรมตอบแทนคุณ คุณพ่อแม่มากนัก เปรียบน้ำหนักยิ่งภูเขา แผ่นดินทั้งหมดเอา มาเปรียบคุณมิเท่ากัน เว้นไว้แต่เรียนธรรม นำมาสอนพอผ่อนคุณ สอนธรรมที่จริงให้ รู้ไม่เที่ยงไว้เป็นทุน แล้วจึงแสดงคุณให้เห็นจริง ตามธรรมดา นั่นแหละจึงนับได้ ว่าสนองซึ่งคุณา ใช้ค่าข้าวที่ป้อนมา และน้ำนมที่กลืนกินฯ หมวดพระคุณครูล โลโกปตฺถมฺภิกา เมตฺตา เมตตาธรรม เป็นเครื่องค้ำจุนโลก ------------------------------- พ่อแม่คนที่สอง เพราะคุณครู เหมือนพ่อแม่ คนที่สอง เราจึงตอ้ง กราบไหว้ ให้เหนือเศียร ดวงใจครู สุกปลั่ง ดั่งแสงเทียน ส่องนักเรียน ให้สว่าง ทางปัญญา สมควรที่ พวกเรา เฝ้าก้มกราบ รักซึมซาบ กรุณา มหาศาล เราจะรัก คุณครู คู่จักรวาล แม้ลมปราณ สิ้นไป ไม่ลืมเลย ฯ ครูกับเทียน เปรียบคุณครู ประดุจเทียน แท่งน้อยนี้ ซึ่งพร้อมที่ จะส่องแสง ทุกแห่งหน ถึงแม้ว่า จะคร่า ชีวิตตน ขอให้คน อื่นสุขกัน เท่านั้นพอฯ ใช่ห่างธรรมดอกนะ มองเห็นศิษย์ เรียงราย ไร้เดียงสา อนิจจา เจ้าจะนึก รู้สึกไหม เว้นพ่อแม่ ผูกพัน รักขวัญใจ จะมีใคร รักเจ้า เท่าเทียมครู ถึงยากแค้น แสนเหนื่อย เหลือจะอ้าง ใช่เหินห่าง ธรรมะ ดอกนะหนู เห็นศิษย์ ตาดำดำ อยากค้ำชู ถ่ายความรู้ ให้ศิษย์ ไม่ปิดปังฯ สักวันหนึ่งเถอะ สักวันหนึ่ง เธอจะรู้ ว่าครูรัก สักวันหนึ่ง คงประจักษ์ เป็นสักขี สักวันหนึ่ง เธอจะรู้ ว่าครูดี สักวันหนึ่ง จักได้ดี เพราะเชื่อครูฯ ผู้เสกแสงสว่าง ถิ่นไทยในป่ากว้าง ห่างไกล แสงแห่งวัฒนธรรมใด ส่องบ้าง เห็นเทียนอยู่ร่ำไร เล่มหนึ่ง ครูนั้นแลช่วยสร้าง เสกให้ชัชวาลฯ ซ่อนช้ำในทรวง เสียงครูสอนศิษย์แล้ว เงียบหาย เหมือนคลื่นกระทบชาย ฝั่งน้ำ คำสอนสั่งละลาย เลือนหมด ฉะนั้นฤา เหนื่อยอ่อนซ่อนส่วนช้ำ ซอกไว้ในทรวง ฯ น้ำฝนยังเป็นรอง สักกวา คำว่าครู รู้กันทั่ว ดีหรือชั่ว รักศิษย์ ไม่คิดหมอง อันน้ำฝน ล้นบึง ท่วมถึงคลอง ยังเป็นรอง น้ำใส ในใจครูฯ ผู้ที่ฉันไว้วางใจ อันรักใด ห่วงใด ในสงสาร จะเปรียบปาน ห่วงลูก หามีไม่ แต่ถึงรัก ถึงห่วง ยิ่งเพียงใด ก็วางใจ ให้อยู่ กับครูเอยฯ -----------------๐๐๐๐๐๐--------------- หมวดศิษย์ที่ดี ปูชา จ ปูชนียานํ เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ การบูชา สิ่งที่ควรบูช่า เป็นมงคลอย่างสูงสุด -------------------------------- ศิษย์รักครู เรารักคุณครู เชิดชูบูชา เพราะท่านกรุณา เมตตาต่อเรา เราจะไม่ดื้อ เราจะไม่ซน เพราะเราทุกคน นั้นรักคุณครู ฯ ครูคือแม่พระ เปรียบคุณครู เหมือนแม่ คนที่สอง คอยปกป้อง สอนสั่ง ทั้งรักษา ช่วยอบรม บ่มนิสัย ให้วิชา ศิษย์ก้าวหน้า เพราะแม่ครู ผู้เจริญ พระคุณครู นั้นเลิศ ประเสริฐค่า คอยเมตตา สั่งสอน เราทุกสิ่ง สร้างสรรค์ ความเจริญ ที่ดียิ่ง แม่เป็นมิ่ง ขวัญศิษย์ ติดตรึงใจ ศิษย์รักครู รักแน่ ไม่แปรจิต ศิษย์รักครู รักสนิท กว่าสิ่งไหน ศิษย์รักครู รักหมด ทั้งดวงใจ ศิษย์รักครู มากกว่าใคร ในชีวาฯ เชื่อฟังเถิดประเสริฐนัก การเชื่อถ้อย ฟังคำ ตามปราชญ์สอน จะถาวร พ้นทุกข์ สบสุขศานติ์ อีกบิดา มารดา ครูอาจารย์ เชื้อฟังท่าน ดีเด่น เป็นมงคลฯ ก้มกราบครูรู้สำนึก คุณครูจ๋า.... โปรดทราบ ไวสักนิด ว่าดวงใจ ของศิษย์ คนึงหา เคารพรัก เชิดชู และบูชา เช่นมารดา บิดา ของศิษย์เอง แม้บางครั้ง คุณครู จะหงุดหงิด สั่งสอนศิษย์ ด้วยจิตใจ คล้ายข่มเหง ศิษย์ทั้งกลัว ทั้งเศร้า ทั้งยำเกรง ศิษย์ผิดเอง ทำครูให้ ไม่สบายใจ ขอคุณครู ผู้มีคุณ การุณด้วย โปรดจงช่วย อโหสิกรรม ศิษย์ทำไว้ ปลดเปลื้องบาป ออกไป จากใจกาย โปรดอภัย ความผิดพลั้ง แต่หลังมา นับแต่นี้ ศิษย์ฝึกตน เริ่มต้นใหม่ สำรวมกาย วาจาใจ ให้แน่นหนา มิให้ผิด ต่อคุณครู ผู้เมตตา ขอสัญญา พุทธบุตร หยุดต่ำทรามฯ แด่คุณครูทุกท่าน กลิ่นหญ้าแพรก ดอกมะเขือ เจือกลิ่นธูป ก่อเป็นรูป วันพิธี มีความหมาย เพื่อรำลึก ถึงคุณครู ผู้พลีกาย สองมือหมาย ปั้นศิษย์ตน เป็นคนดี อีกความรู้ คุณธรรม ท่านนำชัก เพื่อศิษย์รัก เรียนรู้ สู่วิถี อนาคต สดใส ไร้ราคี ด้วยศิษย์มี ภูมิคุ้มกัน อันตราย ปาเจรา เปล่งมา ด้วยใจเคารพ จริยา น้อมนบ ทบถวาย โหนติ แด่คุณครู มิรู้คลาย คุณุตรา ร่ายนุคา สการคุณ ขอปวงศิษย์ ร่วมใจ ให้เป็นหนึ่ง กระทำซึ่ง สิ่งดีดี ให้เป็นบุญ สำรวมจิต สำรวมกาย ให้เป็นบุญ ทนแทนคุณ แด่ปวงครู ผู้ปราณี ฯ -------๐๐๐๐๐----------- หมวดการฝึกตน ทนฺโต เสฏฺโฐ มนุสฺเสสุ ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย ผู้ที่ฝึกตนดีแล้วเป็นผู้ประเสริฐที่สุด ---------------- เป็นมนุษย์หรือเป็นคน เป็นมนุษย์ เป็นได้ เพราะใจสูง เหมือนหนึ่งยูง มีดี ที่แววขน หากใจต่ำ เป็นได้ แต่เพียงคน ย่อมเสียที ที่ตน ได้เกิดมา ใจสะอาด ใจสว่าง ใจสงบ ถ้ามีครบ ควรเรียก มนุสสา เพราะทำถูก พูดถูก ทุกเวลา เปรมปรีดา คืนวัน สุขสันต์จริง ใจสกปรก มืดมัว และร้อนเร่า ใครมีเข้า ควรเรียก ว่าผีสิง เพราะพูดผิด ทำผิด จิตประวิง แต่ในสิ่ง นำตัว กลั้วอบาย คิดดูเถิด ถ้าใคร ไม่อยากตก จงรีบยก ใจตน รีบขวนขวาย ให้ใจสูง เสียได้ ก่อนตัวตาย ก็สมหมาย ที่เกิดมา อย่าเชือนเอย ฯ (พุทธทาสภิกขุ) อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย ชนะตน นั่นแหละดี ------------ ชนะตนยิ่งใหญ่กว่า ชนะอื่น หมื่นแสน แม้นร้อยครั้ง แต่ถ้ายัง แพ้กิเลส และเหตุผล ไม่ยิ่งใหญ่ ไปกว่า ปัญญาชน ผู้ข่มจิต พิชิตตน เพียงหนเดียวฯ อตฺตา โจทยตฺตานํ จงเตือนตน ด้วยตนเอง ---------- อย่าแชเชือนรีบเตือนตน จงเตือนตน ของตน ให้พ้นผิด ตนเตือนจิต ตนได้ ใครจะเหมือน ตนเตือนตน ไม่ได้ ใครจะเตือน อย่าแชเชือน เตือนตน ให้พ้นภัยฯ ปลุกตนเอง ปลุกตนให้ตื่นทัน ขยันอย่างฉลาด ไม่ตกเป็นทาสอบายมุข สนุกกับการทำหน้าที ทำความดีทุกวันฯ อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนแล เป็นที่พึ่งแห่งตน ----------- พึ่งตนดีกว่า เกิดเป็นคนจักต้อง พึ่งตน คนอื่นเพียงบางหน ช่วยชี้ วิชาหาใส่ฝึกฝน จนเชียวชาญ แฮ ความชั่วละหลีกลี้ ประพฤติข้างความดีฯ --------------๐๐๐๐๐-------------- หมวดการกระทำ กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว --------------- ทำดีมีสุข ทำดีดีจักเอื้อ อวยผล ทำชั่วชั่วมักดล บาปให้ เหมือนเงาติดตามตน ไป่คลาด บาปบั่นบุญมั่นไว้ จักได้สุขเกษมฯ อกตํ ทุกฺกฏํ เสยฺโย ความชั่วไม่ทำเสียเลยดีกว่า ---------------- ทำชั่วมีทุกข์ อันความชั่ว คือตัว ทุจริต ทำให้จิต ต่ำทราม ตามกระแส ทั้งวันนี้ วันหน้า ทุกขาแล ควรทำแต่ ความดี เป็นศรีตนฯ ผีกับพระ ความชั่วเป็นผี ความดีเป็นพระ ความชั่วต้องละ ความดีต้องทำ ฯ ผีกินคน สุราการพนัน บุหรี่ เป็นผีกินคน ทำให้ยากจน เป็นคนเหลวไหล ทรัพย์สินเสียหาย ร่างกายเป็นภัย ถ้าเลิกเสียได้ สบายจริงเอย ฯ ผีร้ายหกตัว ผีที่หนึ่ง ชอบสุราเป็นอาจิณ ไม่ชอบกินข้าวปลาเป็นอาหาร ผีที่สอง ชอบเทียวยามวิกาล ไม่รักบ้านรักลูกรักเมียตน ผีที่สาม ชอบดูการละเล่น ไม่ละเว้นบาร์คลับละครโขน ผีที่สี่ คบคนชั่วมั่วกับโจร หนีไม่พ้นอาญาตราแผ่นดิน ผีที่ห้า ชอบเล่นม้ากีฬาบัตร สารพัดถั่วโปไฮโลสิ้น ผีที่หก เกียจคร้านการทำกิน มีทั้งสิ้นหกผีอัปรีย์เอย ฯ นิสมฺม กรณํ เสยฺโย ใคร่ครวญเสียก่อนจึงทำดีกว่า ------------- ใคร่ครวญเสียก่อน คิดก่อน จึงทำ จงจำไว้ ทำอะไร ต้องคิด ทั้งหน้าหลัง อย่าปล่อยตัว ปล่อยใจ ตามลำพัง ต้องมีใจ เหนี่ยวรั้ง เสมอไป ก่อนจะทำ สิ่งใด ใจต้องคิด ถูกหรือผิด ทำสิ่งนี้ ดีหรือไม่ ถ้าเห็นว่า ไม่ดี มีโทษภัย ต้องหาทาง ทำใหม่ ทำให้ดีฯ กลัวบาป ความละอาย แก่ใจ ในความชั่ว สดุ้งกลัว ต่อผลกรรม ตามสนอง สองธรรมนี้ คู่จิต ดังคิดปอง จะคุ้มครอง โลกให้ ผ่องไพบูลย์ฯ คนดีเป็นไฉน อันคนดี มิใช่ดี อยู่ที่ทรัพย์ มิใช่นับ พงศ์พันธ์ ชันษา คนดีนั้น ดีที่การ งานนานา อีกวิชา ศีลธรรม นำให้ดีฯ ดีแน่นอน ทำกรรมใด แล้วจิตใจ ไม่เดือดร้อน จะนั่งนอน ชื่นใจ ได้สุขสันต์ อวยผลให้ ใจเย็น เป็นนิรันดร์ จงรู้ทัน ว่ากรรมนี้ ดีแน่นอน ฯ ตราประทับชีวิต จงทำดี จงทำดี นี้แหละเลิศ ผลประเสริฐ สุดยิ่ง กว่าสิ่งไหน เกิดสันติ สงบสุข ไม่ทุกข์ใจ ครั้นบรรลัย ก็ยังมี ดีเป็นตราฯ --------      หมวดปัญญา สุสฺสูสํ ลภเต ปญฺญํ ฟังด้วยดี ย่อมได้ปัญญา ------- หัวใจนักปราชญ์ สุ. ตั้งใจฟังให้ดี อย่าขี้เกียจ จิ. คิดให้ละเอียด ข้อสงสัย ปุ. ถามตามเนื้อความ ที่ข้องใจ ลิ. เขียนไว้เมื่อสงสัย ได้เปิดดูฯ ทางเกิดของปัญญา ตาดู, หูฟัง, สมองคิด, จิตใจจดจ่อ, ไม่เข้าใจให้ถาม, กลับถึงบ้านทบทวนเสมอ ๆ ทั้งจดทั้งจำ จำขึ้นใจ ในวิชา ดีกว่าจด จำไม่หมด จดไว้ดู เป็นครูสอน ทั้งจดจำ ทำวิชา ให้ถาวร อย่านิ่งนอน รีบจดจำ หมั่นทำเอยฯ ก่อนนอนทำอะไร กินข้าวเสร็จแล้ว อ่านหนังสือก่อน ไหว้พระก่อนนอน พระท่านให้พร สอบได้.....สอบได้ฯ ครูที่ประเสริฐ อันหนังสือ คือครู ผู้ประเสริฐ ก่อให้เกิด ปัํญญา ตาที่สาม อ่านวิเคราะห์ ให้เข้าใจ ในเนื้อความ เห็นจริงตาม แทงตลอด ยอดปัญญา ฯ พึงสั่งสมปัญญา เกิดเป็นคน จนปัญญา น่าเกลียดนัก เที่ยวล้วงลัก ขโมยกิน สิ้นความหมาย ถูกหยามเหยียด ดูหมิ่น หมดสิ้นลาย ฉะนั้นไซร้ รีบอบรม บ่มปัญญาฯ ปญฺญา โลกสฺมึ ปชฺโชโต ปัญญา เป็นแสงสว่างในโลก ------------- แสงแห่งปัญญา ยามเมื่อโลก ขาดแสง แห่งอาทิตย์ ย่อมมืดมิด มองอะไร ก็ไม่เห็น ยามเมื่อจิต ขาดปัญญา พาลำเค็ญ มองไม่เห็น ดีหรือชั่ว ที่ตัวทำฯ สุโข ปญฺญาปฏิลาโภ ความได้ปัญญาให้เกิดความสุข -------------- ได้ความสุขเพราะปัญญา แสงแห่งธรรม นำจิตใจ ให้สว่าง ส่องเห็นทาง เดินชีวิต คิดโปร่งใส ศึกษาธรรม จนชุ่มฉ่ำ ซาบซึ้งใจ ปัญญาไว ตัดเหตุทุกข์ สุขนิรันดร์ฯ หมวดคบมิตร ยํ เว เสวติ ตาทิโส คบคนเช่นใด ก็เป็นไปเช่นคนนั้น ------------- จะคบใครต้องใคร่ครวญ คบคนพาล พาลพา ไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพา ไปหาผล คบคนดี จักได้ดี เป็นศรีตน จะคบคน มาเป็นมิตร คิดใคร่ครวญ ฯ วิสฺสาสา ปรมา ญาติ ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง ---------- น้อยดีกว่ามาก มีเพื่อนดี เพียงหนึ่ง ถึงจะน้อย ดีกว่าร้อย เพื่อนคิด ริษยา เหมือนเกลือดี มีนิดหน่อย ด้อยราคา ยังดีกว่า น้ำเค็ม เต็มทะเลฯ นี่แหละเพื่อนแท้ เพื่อนธุระ ช่วยประคอง ไม่ต้องใช้ เพื่อนยากจน เจียดให้ ไม่ต้องขอ เพื่อนอยากพบ ออกไป ไม่ต้องรอ เพื่อนโศกท้อ ปลอบใจ ไม่ต้องครวญ เพื่อนมีสุข ทุกที ยินดีด้วย เพื่อนทุกข์ช่วย ทุกที คอยมีส่วน เพื่อนทำชั่ว คอยชี้ ความดีชวน เพื่อนทำควร ทุกที พลอยดีใจ ฯ หมวดความเพียร วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ คนล่วงทุกข์ได้ เพราะความเพียร -------- เรียนจริง ๆ รักจะเรียน ก็ต้องเพียร เรียนให้รู้ รักจะดู ก็ต้องดู ให้รู้แน่ รักจะหมั่น ก็ต้องหมั่น ไม่ผันแปร อย่ารักแต่ จับจด จะหมดงานฯ สู้ไม่ถอย อันวิชา มีมาก หลากชนิด ถ้าเรียนนิด รู้หน่อย แล้วถอยหลัง รู้อะไร หลายสิ่ง ไม่จริงจัง ทำได้ดัง ผูกเบ็ด เกร็ดวิชา เช่นจะขัน ขันได้ ไม่เหมือนไก่ จะบินไป ก็ไม่ทัน พรรณปักษา จะว่ายน้ำ ก็ไม่ทัน กับพรรณปลา เหมือนวิชา เรียนไว้ ไม่รู้จริง ฯ ได้ดีเพราะหมั่น ความรู้ดี เพราะมี ความเพียรเร่ง จะเรียนเก่ง เพราะมี ความหมั่นเสริม เกียรติจะงาม เพราะมี วิชาเจิม ต้องต่อเติม ประพฤติดี จึงดีจริง ฯ เด็กน้อยเอ๋ย เด็กเอ๋ย.......เด็กน้อย ความรู้ ยังด้อย เร่งศึกษา เมื่อเติบใหญ่ เราจะได้ มีวิชา เป็นเครื่องหา เลี้ยงชีพ สำหรับตน ได้ประโยชน์ หลายสถาน เพราะการเรียน จงพากเพียร ไปเถิด จะเกิดผล ถึงลำบาก ตรากตรำ ก็จำทน เกิดเป็นคน ควรหมั่น ขยันเอย ฯ เด็กดีขยัน อันเด็กดี ย่อมมี ความขยัน ทุกคืนวัน หมั่นเพียร เรียนหนังสือ ช่วยพ่อแม่ ทำงาน หมั่นฝึกปรือ โลกเลื่องลือ ว่าเด็กนั้น ขยันเอยฯ ถ้าขยันก็ทำได้ ถ้าคร้านเรียน เรียนอะไร ก็ไม่รู้ ถ้าคร้านดู ดูอะไร ก็ไม่เห็น ถ้าคร้านทำ ทำอะไร ก็ไม่เป็น ต้องลำเค็ญ เป็นขอทาน เพราะคร้านเอย ถ้าหมั่นเรียน เรียนอะไร ก็ต้องรู้ ถ้าหมั่นดู ดูอะไร ก็ต้องเห็น ถ้าหมั่นทำ ทำอะไร ก็ต้องเป็น ถ้าไม่เล่น หมั่นแต่ทำ จำเริญเอย ขยันอย่างฉลาด ขยันประกอบ สัมมา อาชีวะ ขยันชนะ สิ่งชั่ว มั่วตัณหา ขยันพูด แต่สิ่งดี มีเมตตา ขยันหา ความรู้ เชิดชูตน ขยันคิด เพื่อชาติ ศาสน์กษัตริย์ ขยันกำจัด มวลกิเลส มีเหตุผล ขยันทำ กิจกรรม เพื่อปวงชน ขยันพ้น อบายมุข สุขสันต์เอยฯ หมวดความไม่ประมาท อปฺปมาโท อมตํ ปทํ ความไม่ประมาท เป็นทางไม่ตาย -------------------------- อย่างนี้แหละไม่ประมาท เมื่อรู้ว่า สังขาร มันไม่เที่ยง จงหลีกเลี่ยง ความชั่ว พามัวหมอง เร่งกระทำ ความดี ที่ควรปอง ฝึกจิตใจ ให้ขาวผ่อง ตามคลองธรรม อย่างนี้แหละ ชื่อว่า ไม่ประมาท ดูภพชาติ ที่เกิดมา ช่างน่าขำ ไม่มีอะไร เป็นของตน ล้วนเป็นธรรม หมดเวรกรรม สู่สุขศานติ์ นิพพานเอย ฯ ตายได้ทุกเวลา เห็นกันอยู่ตอนเช้า สายตาย สายอยู่สบาย บ่ายม้วย บ่ายยังรื่นเริงกาย เย็นดับ ชีพแฮ เย็นยังอยู่หยอกลูกด้วย ค่ำม้วยอาสัญ ฯ มามือเปล่าแล้วจะเอาอะไร เมื่อเจ้ามา เอาอะไร มาด้วยเจ้า เจ้าจะเอา แต่สุข สนุกไฉน เมื่อเจ้ามา มือเปล่า เจ้าจะเอาอะไร เจ้าก็ไป มือเปล่า เหมือนเจ้ามา ฯ หาบไปไม่ได้หรอก ยศและลาภ หาบไป ไม่ได้แน่ เว้นไว้แต่ ต้นทุน บุญกุศล ทรัพย์สมบัติ ทิ้งไว้ ให้ปวงชน ร่างของตน เขายังเอา ไปเผาไฟ ฯ สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย สิ่งทั้งหลาย ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น --------------- ไม่มีอะไรเป็นของใคร สิ่งไรไร ไม่ใช่ ของใครหมด ไม่ปรากฏ ว่าใคร เป็นเจ้าของ ถึงเฝ้ารัก เฝ้าหวง เฝ้าห่วงปอง ก็จำต้อง ทิ้งไว้ ในโลกา ฯ ฉันเหมือนเธอ เมื่อยามฉัน เป็นอยู่ไซร้ ในบัดนี้ แต่เดิมที เขาก็เป็น เหมือนเช่นฉัน เมื่อยามเขา เป็นอยู่ไซร้ ในโลงนั้น ไม่ช้าพลัน ฉันจะเป็น เช่นเขาเอย ฯ ค่าของคน พฤษภกาสร อีกกุญชร เมื่อปลดปลง โททนเสน่งคง สำคัญหมาย ในกายมี นรชาติเมื่อวางวาย มลายสิ้น ทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ ในโลกา ฯ ความดีไม่ดับสูญ อันสังขาร ร่างกาย ทั้งหลายหนอ บังเกิดก่อ แล้วก็แยก จนแหลกสิ้น เหลือแต่เถ้า ถมไว้ ในแผ่นดิน ต้องสูญสิ้น ทรัพย์หาย เมื่อตายลง แต่ความดี มีไว้ ไม่สูญหาย แม้ตัวตาย ชนก็ชม สมประสงค์ อนุสาวรีย์ ชี้ให้เห็น เป็นมั่นคง สิ้นชีพลง เขาสร้างไว้ ได้บูชา ฯ เตือนใจผู้ประมาท เปลวเทียนละลายแท่ง เพื่อเปล่งแสงอันอำไพ ชีวิตคนมลายไป เหลือสิ่งใดทิ้งไว้แทน ฯ ยังไม่สายหรอกนะ ชีวิต ไร้สาระ ขณะนี้ ยังไม่สาย เกินที่ จะแก้ไข แม้ชีวิต เหลือน้อย ลงเพียงใด ควรภูมิใจ ที่ได้ ทำดีทัน ใครจะเห็น หรือไม่ เป็นไรเล่า จงเลือกเอา ความดี ที่สร้างสรรค์ ใครจะเห็น หรือไม่ ไม่สำคัญ ใจเรานั้น รู้ว่าดี เท่านี้พอ ฯ หมวดเบ็ดเตล็ด กิจฺโฉ มนุสฺส ปฏิลาโภ การได้อัตภาพเป็นมนุษย์ เป็นของยาก ------------- ความเป็นอยู่แตกต่าง อยู่อย่างคน สนใจ ในความสะอาด อยู่อย่างปราชญ์ สนใจ ในความรู้ อยู่อย่างครู สนใจ ในวิชา อยู่อย่างหมา สนใจ ในการนอน อยู่อย่างหนอน สนใจ ในของเน่า อยู่อย่างพระพุทธเจ้า สนใจ ในความสะอาด สว่าง สงบ ฯ เป็นคนหรือเปล่า เกิดเป็นคน ค้นให้ทั่ว ปากไม่ล้น ก้นไม่รั่ว ชั่วไม่เอา เมาไม่มี นี้แหละ.........คน ฯ ททมาโน ปิโย โหติ ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก -------- ทำอะไรให้โลกบ้าง ต้นไม้ให้ความ ชุ่มชื่น แก่ชีวิต นกตัวนิด ให้เสียงเพลง แก่โลกหล้า ดอกไม้ ให้ความงาม ผ่านสายตา แม้ต้นหญ้า ก็ยังให้ อ๊อกซิเจน แล้วตัวเรา เกิดมา ในโลกนี้ ทำสิ่งดี อะไรไว้ ให้โลกเห็น กิน นอน เล่น เท่านั้นหรือ ที่ทำเป็น ไม่ดีเด่น กว่าบรรดา ต้นหญ้าเอย ฯ โกธํ ฆตฺวา สุขํ เสติ ฆ่าความโกรธเสียได้ อยู่เป็นสุข ------ มองที่ตัวเรา เมื่อเขาว่า เราอย่าโกรธ ลงโทษเขา ในเมื่อเรา ไม่ได้เป็น เช่นเขาว่า หากว่าเป็น จริงจัง ดั่งวาจา เมื่อเขาว่า อย่าโกรธเขา เราเป็นจริง ฯ ไม่โกรธดีกว่า โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ไม่โกรธดีกว่า ไม่บ้าไม่โง่ ฯ ไฟที่ร้อนแรง โทสะ เปรียบเหมือนไฟ เผาจิตใจให้ร้อนพล่าน โทสะ เปรียบเหมือนไฟ เผาการงานให้เสียหาย โทสะ เปรียบเหมือนไฟ เผามิตรสหายกลายเป็นศัตรู โทสะ เปรียบเหมือนไฟ เผาอายุยืนยาวให้สั้นลง โทสะ เปรียบเหมือนไฟ เผาอกตกนรกในทันที ฯ อพฺยาปชฺฌํ สุขํ โลเก ความไม่เบียดเบียน เป็นสุขในโลก ------ ยิ้มนิดยิ้มหน่อย ยิ้มน้อยน้อย ในดวงใจ เมตตาไว้ โลกร่มเย็น ฯ ยิ้มเถอะนะยิ้มให้ซึ้ง ยิ้มเถอะนะ หัวใจ อย่าได้บึ้ง ยิ้มให้ซึ้ง ตรึงใจ ใบหน้าหวาน ยิ้มเถิดนะ ยิ้มสู้ หมู่ภัยพาล ยิ้มชื่นบาน ซึ้งจิต ชวนติดใจ ยิ้มปลอบใจ ยิ้มปลอบใจ ตัวเอง ให้เก่งกล้า ทุกข์โศกมา ยิ้มนิด คิดแก้ไข พี่กับน้อง เจอกัน หมั่นยิ้มไว้ คนทั่วไป ยิ้มให้กัน นั่นแหละดี ฯ หาซื้อไม่ได้ ของบางอย่าง ซื้อไม่ได้ ด้วยเงินทอง เพระเป็นของ ไม่มี ราคาขาย เช่นความรัก ความปราณี มีน้ำใจ ปลูกฝังให้ คิดชอบ ประกอบกัน สิ่งเหล่านี้ มีค่า แก่ชีวิต แต่ว่าเงิน ไม่มีสิทธิ์ มาจัดสรร ได้แต่เพียง เราจะให้ กันและกัน ผู้ที่ให้ ได้รางวัล คืออิ่มใจ ฯ      เรียกให้ลุก ปลุกให้ตื่น ตื่นขึ้นเถิด ชาวพุทธ สุดที่รัก อย่ามัวพัก พิงกาย ก่ายกับหมอน ฝูงวิหค นกกา ถลาจร จากรังนอน มุ่งหน้า ออกหากิน อย่ามัวหลับ มัวไหล ไก่ขันแล้ว เสียงเจื้อยแจ้ว แผ่วมา น่าถวิล ตื่นขึ้นเถิด ปวงประชา ทั่วธานินทร์ จากไอกลิ่น นิทรา สุขารมณ์ จงเงี่ยโสต สดับ รับฟังธรรม เพราะพระธรรม จำนำให้ ได้สุขสม น้อมพระธรรม นำไป ใส่อารมณ์ จะสิ้นระทม สิ้นทุกข์ เป็นสุขเอยฯ นี่คือนักเรียนที่ดี นักเรียนที่ดี ไม่โยกเก้าอี้ ไม่หนีโรงเรียน ไม่เขียนข้างฝา ไม่หาเรื่องเพื่อน ช่วยเตือนคนผิด ไม่ติดอบายมุข ไม่คลุกเล่นเกมส์ ฯ ชื่นใจของพ่อแม่ เป็นนักเรียน เพียรขยัน หมั่นศึกษา หาความรู้ สู้เขาได้ ไม่ขี้เกียจ เสนียดหาย สบายบรื๋อ ดื้อไม่มี ดีแน่แน่ พ่อแม่.........ชื่นใจ ฯ ชื่นใจคุณครู นักเรียนก้าวหน้า แสวงหาความรู้ เคารพครูอาจารย์ รักการศึกษา มีจรรยาเรียบร้อย มักน้อยตามฐานะ เสียสละเพื่อสถาบัน มุ่งมั่นประพฤติดี หลีกหนีสิ่งชั่ว ไม่มั่วสิ่งเสพติด รู้จักคิดใช้ปัญญา คุณครูพาชื่นใจ ฯ ------๐๐----- ความประทับใจในการอยู่ค่าย "พุทธบุตร"      ความประทับใจของมนุษย์นั้นมักจะเป็นความประทับที่มนุษย์นั้นไม่อาจจะลืมได้       จะเก็บไว้ในใจอยู่เสมอ  เก็บไว้เพื่อย้ำเตือนถึงความปลาบปลื้มใจของเรา ดังเช่นความ      ประทับใจในการอยู่ค่าย "พุทธบุตร" ครั้งนี้ของข้าพเจ้า      ข้าพเจ้ารู้สึกตื่นเต้นดีใจ   นับตั้งแต่อาจารย์บอกว่า  จะจัดค่ายอบรมคุณธรรม      เพราะข้าพเจ้าเองไม่ค่อยจะมีคุณธรรมเท่าไร จึงอยากที่จะเข้ารับการอบรมคุณธรรม เพราะ     ข้าพเจ้าเองไม่ค่อยจะมีคุณธรรมเท่าไร  จึงอยากที่จะเข้ารับการอบรมในครั้งนี้  ซึ่งเมื่อถึง     เวลานั้น ข้าพเจ้าก็ไม่รู้สึกผิดหวังเลยกลับประทับใจมากเสียด้วย นับตั้งแต่ก้าวเข้ามาในโรง     เรียน  มีความรู้สึกว่า  ครู-อาจารย์ทุกท่าน  มีความพร้อมในการทำงาน  เตรียมงาน  ที่     กล่าวอย่างนั้นก็เพราะว่า   ครู-อาจารย์ได้เตรียมชุดขาว   คู่มือโครงการอบรม  ป้ายชื่อ      สถานที่ในการใช้งานนี้ไว้อย่างพร้อมเพียง ตลอดจนพระวิทยากร หรือที่พวกเราชาวพุทธบุตร     เรียกว่า  "พระอาจารย์" ก็มีความพร้อมที่จะอบรม พวกเราให้เป็นคนดี มีคุณธรรมต่อไปใน     อนาคตด้วย ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจพระอาจารย์ทั้งหลายมาก และรู้สึกปลื้มเมื่อท่านเรียกเรา      "ชาวพุทธบุตร  " ว่า "ลูก ๆ ทั้งหลาย " ซึ่งฟังแล้วมีความรู้สึกที่อบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก แต่     เมื่อถึงเวลารับประทานอาหาร   ข้าพเจ้ารู้สึกอยากจะกลับบ้านในทันที   เพราะอาหาร     เหล่านั้นมี  "ผัก" ซึ่งข้าพเจ้าเป็นคนไม่ชอบกินผัก จึงรู้สึกเบื่อหน่าย แต่เมื่อมานึกดูว่า เรา     มา  "อบรมคุณธรรม" ไม่ได้มาพักผ่อน จึงจำต้องฝืนกินไป เมื่อถึงเวลานอน ข้าพเจ้าก็มี     ความรู้สึกเช่นเดิมอีก  เพราะยุงนั้นมากเหลือเกิน แต่พอคิดว่า อาจารย์ทุกท่านก็คงลำบาก     เหมือนกับเราจึงไม่คิดอะไรอีก  แต่ที่ประทับใจมาก  ๆ ก็คือ อาจารย์ทุกท่าน ทำงานกัน     อย่างน่าปลื้มใจมาก  การเข้าค่ายครั้งนี้ จึงเป็นความประทับใจมาก เป็นความประทับใจที่     ไม่อาจลืมได้ การเข้าค่ายครั้งนี้สอนให้เราเป็นคนดี  มีคุณธรรมและอะไรอีกหลายๆ  อย่างที่     สอนให้เรารู้  สำนึกในการปฏิบัติหน้าที่ของ  ลูกที่ดี ศิษย์ที่ดี เพื่อนที่ดี สาวกที่ดี ตลอดจนถึง     ความรับผิดชอบ  คุณสมบัติเพื่อสำเร็จของชีวิต การมีระเบียบวินัย ฯลฯ เราจึงควรนำไป     ปฏิบัติ  เพื่อเป็นรากฐานของชีวิตในอนาคตต่อไปภายหน้า เพื่อที่จะได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี      สามารถที่จะนำไปเป็นที่พึ่งทางใจได้ ต่อไปในบั้นปลายของชีวิต . เรียบเรียงโดย ด.ญ.สุรีย์พร พันธ์เอี่ยม กลุ่มฉันทะ ๒ พระคุณแม่ "แม่"  เป็นคำที่มีความหมายลึกซึ้งกินใจลูกทุกคน  พระคุณของแม่นั้นล้นฟ้ามหาสมุทร      แม่เป็นผู้ให้กำเนิด เป็นผู้อุปการะ เป็นผู้เลี้ยงดู พระคุณของแม่มีมากมายเกินกว่าที่ลูกจะบรรยายได้หมด แม่เป็นผู้ให้กำเนิดตั้งแต่ลูกยัง     อยู่ในครรภ์ของแม่ แม่จะทะนุถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดู แม่ไปไหนก็หอบหิ้วเอาลูกที่อยู่ในท้องไป     ด้วยตลอดเวลา เวลาทำงานก็ไม่สะดวด แต่แม่ก็ต้องทนเพื่อลูกของแม่จะได้สบาย ครั้งแรกที่     ลูกลืมตามองดูโลก ลูกมองไม่เห็นใครนอกจากแม่ แม่ค่อย ๆ ประคองลูกมากอดแนบกับอกไว้      ลูกมีความอบอุ่นเหลือเกิน แม่เป็นครูคนแรกของลูกสอนลูกทุกอย่าง สอนให้รู้จักความดีความชั่ว      สิ่งใดถูกสิ่งใดผิด   แม่จะเป็นผู้สอน  แม่เป็นทั้งเพื่อนเวลาที่ลูกเหงาแม่ก็คอยมาเล่นกับลูก      เวลาที่ลูกหิวแม่ก็พยายามหามาให้ลูกกิน เมื่อยามที่ลูกเจ็บไข้ได้ป่วยแม่ก็จะเป็นหมอให้ลูกแม่จะ     คอยดูแลทุกอย่าง  ทุกอย่างที่แม่ทำให้ลูกได้  แม่เมื่อเห็นลูกเจ็บ น้ำตาของแม่ก็ไหลริน และ     พูดกับลูกว่า"  ถ้าสามารถเปลี่ยนเป็นแม่ได้แม่ก็จะเจ็บแทนลูก" และแม่ก็จะคอยประคบประ     หงมลูกทุกอย่าง เวลาที่ลูกจะเข้าโรงเรียนจะเป็นวันที่แม่ภูมิใจมากที่สุด ที่เห็นลูกของแม่เข้า     โรงเรียน  ได้เรียนในชั้นสูง  ๆ  แม่ก็พยายามเก็บออมเงินที่แม่หามาได้  จนส่งลูกของแม่     เรียนจบ  แม่หวังว่าลูกของแม่จะมีอนาคตที่ดี  มีการศึกษาที่ดี เวลาที่ลูกทำผิดแม่ไม่เคยดุด่า      แม่จะคอยให้แต่คำปรึกษาอธิบายว่าอย่างนี้ดีนะ  อย่างนี้ไม่ดีนะ  แม่จะเป็นธนาคารของลูก      เวลาที่ลูกไม่มีเงินต้องการใช้เงิน    แม้แม่จะไม่มีเงินแม่ก็พยายามหามาให้ลูกอย่างเต็มใจ      ทุกสิ่งที่ลูกได้ ทุกอย่างที่ลูกมี แม่จะเป็นผู้หามาให้อย่างยิ้มแย้ม แม่เป็นผู้ทำให้ลูกเกิด ให้ลูกเป็นคนดี ลูกจะขอตอบแทนบุญคุณของแม่ ลูกจะตอบแทนแม่ เลี้ยงดูแม่ จะช่วยแม่ทุกอย่างที่ลูกสามารถทำได้ ลูกขอให้สัญญา เรียบเรียงโดย นางสาว วารุณี บัวยันตี กลุ่มอุเบกขา ๒ บทความที่ได้รับคัดเลือกจากการอบรมคุณธรรมค่ายพุทธบุตร๑๐-๑๒ม.ค.๓๕ พระคุณของครู ตั้งแต่แม่พาผมเข้าโรงเรียน ผมก็ร้องไห้ ก็มีครูอยู่คนหนึ่งชื่อว่า "เปรียง" ชื่อสั้น ๆ       แต่ใจดี ครูเข้ามาบอกว่า เด่นดวงเธอมาเรียนกับครูเถอะ ในห้องมีเพื่อนเล่นเยอะ ครูไม่     ดุ ครูใจดีนะ ผมก็หยุดร้องไห้และสนใจเรียนกับครูเปรียง ครูเปรียงมีอยู่อย่างหนึ่ง ก็คือ ถ้า     ตีนักเรียนแล้วน้ำตาของครูก็ไหลออกจากเบ้าตา  คุณครูเปรียงถ้าเห็นนักเรียนป่วย  ก็พานัก     เรียนไปหาหมอ  บางทีพานักเรียนกลับบ้าน ครูพูดกับนักเรียนเหมือนแม่กับลูก หรือ พ่อกับลูก      สิ่งที่ผมลืมไม่ได้ก็คือ  คุณครูทำอาหารมาให้กินตั้งแต่อยู่  ป.  ๑-๖ ครูก็ยังทำอาหารให้กิน      เวลานักเรียนทำผิดครูก็ต้องตีนักเรียน   ที่ครูตีนักเรียนนั้นก็เพราะครูรัก  ครูดุ  เหมือนให้     ความรู้ ครูสอน เหมือนให้ใบปริญญาแก่เรา ในวันอยู่ค่ายพุทธบุตร คุณครูที่ยังสาว หรือเป็น     ผู้ชาย หรือครูที่มีอายุ ท่านก็ยังมาดูแลนักเรียน ถึงบ้านท่านจะอยู่ไกลหรือใกล้ท่านก็ยังมาคุมนัก     เรียน  แถมยังต้องตักอาหารให้นักเรียนกิน  ถึงว่าเราจะอยู่กับครูที่ดุ ที่ใจดี ครูก็ยังเป็นครู      อยู่วันยังค่ำ ถึงวันครู นักเรียนก็เอาดอกไม้มาไหว้เคารพบูชา เหมือนพ่อแม่ ใคร ๆ ก็รู้ว่า     ครูเป็นผู้เปิดประตูความรู้ให้นักเรียน ขอให้นักเรียนต้องนึกถึงคำสั่งสอนของท่านให้มาก  เราฟังครูนั่นแหละดี จงฟังครู     พูดต่อไปในที่สุด ขอให้น้อมลงกราบที่เท้าครู เพื่อให้รู้ว่าศิษย์ยังรักครู ขอให้ศิษย์อย่าหักจิตครู สงสารครูเถอะ....ท่านสอนมามากแล้ว เด็กชายเด่นดวง อ่างทอง กลุ่ม " กรุณา" ค่ายพุทธบุตรโรงเรียนพูนสิน ฯ      เสียงกระซิบสั่งจากครู ศิษย์รัก......ลูกรัก ครูตระหนักคำที่หนึ่งซึ้งนานแสน ปิติใหม่คำสองซ้อนไม่คลอนแคลน จารึกแน่นแนบเนาว์เข้าทรวงใน ความรู้สึกรักมั่นผูกพันยิ่ง จากใจจริงไร้มายาหรือสาไถย คราเห็นเจ้าปราศทุกข์ครูสุขใจ อยากเห็นวัยงอกงามล้ำลาวัณย์ ลูกรัก....... ห่วงใยนักทางอีกไกลครูใฝ่ฝัน จงรุ่งเรืองพ้นมัวหมองของอาธรรม์ จิตตั้งมั่นทางชีวิตคิดใคร่ครวญ เดินให้ดีและตรงทางอย่างวันนี้ จะไม่มีวันเสียใจหรือให้หวน ผ่านปัญหาอุปสรรคยากทั้งมวล จงทบทวนอย่าท้อแท้แต่นี้ไป ลูกรัก........ มิตรมากนักอย่าเสเพลเถลไถล แบ่งเวลา เรียน เล่น เที่ยว เกี่ยวกันไป รู้หักใจ รู้ผ่อนปรน รู้ตนเอง ศักดิ์ศรี....... ต่อไปนี้เลิกเบ่งเลิกข่มเหง ค่าของคนศักดิ์ของใครใช่นักเลง เลิกอวดเก่งเบ่งทับกับใครใคร ท้ายนี้......ลูกรัก เหน็ดเหนื่อยนักอ้อมอกนี้จะพลีให้ ให้เจ้าพักคลายร้อนอ่อนอกใจ สายธารใสให้ดื่มซับอาบดวงจินต์ สารธารใจมีให้ไม่เหือดแห้ง ขจัดแล้งเลวหลงจงถวิล ให้เจ้าอาบชำระชั่วตัวราคิด บนแผ่นดิน อ.ร.ขออย่าลืม ฯ (อ.สุขสวัสดิ์ สุริยนต์) แบบประเมิน การเข้าค่ายอบรมคุณธรรม (สำหรับนักเรียน) "ค่ายพุทธบุตร" โรงเรียนบางกรวย อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี วันที่ ๑๔ - ๑๖ สิงหาคม ๒๕๓๕ ------------------- คำชี้แจง   ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย   ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของนัก      เรียนมากที่สุด  ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ต่อการจัดอบรมในครั้งนี้ การประ      เมินมี ๕ ระดับ คือ มากที่สุด ๕, มาก ๔, ปานกลาง ๓, น้อย ๒,      น้อยที่สุด ๑ รายการประเมิน ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑.ก่อนเข้ารับการอบรม นักเรียนเห็นคุณค่าของการมีคุณธรรมเพียงใด ๒.หลังจาก พิธีมอบตัวเป็นศิษย์ แล้ว นักเรียนยอมรับบทบาทความสำคัญ ของครูเพียงใด ๓.กติกาสัญญาใจ มีความสำคัญต่อการปฏิบัติตนในการอยู่ร่วมกันเพียงใด ๔.ฐานการอบรมคุณธรรมต่อไปนี้ ให้ประโยชน์กับนักเรียน ในการนำไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันเพียงใด (ประเมินทีละฐาน) -ฐาน การเข้าถึงพระรัตนตรัย -ฐาน ความรับผิดชอบ -ฐาน คุณธรรมของมนุษย์ -ฐาน การมีระเบียบวินัย ๕.นักเรียนประทับใจในการทำวัตรเพียงใด ๖.นักเรียนควบคุมสมาธิได้ดีเพียงใด ในการทำจิตตภาวนา ๗.นักเรียนซาบซึ้งเพียงใด เมื่อเข้าร่วมพิธีสู่ความเป็นพุทธบุตร ๘.นักเรียนได้รับความรู้ในด้านการพัฒนาตนเอง เพียงใด ๙.การสนทนากับกัลยามิตร ทำให้นักเรียนเห็นช่องทางของการกระทำตน ให้มีคุณธรรม เพียงใด      รายการประเมิน ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑๐.ฐานการอบรมคุณธรรมต่อไปนี้ มีคุณค่าต่อชีวิตของนักเรียน เพียงใด (ประเมินทีละฐาน) -ฐาน การเป็นบุตรที่ดี -ฐาน การเป็นศิษย์ที่ดี -ฐาน การเป็นเพื่อนที่ดี -ฐาน การเป็นสาวกที่ดี ๑๑.หลังจากฝึกสมาธิใจสงบ นักเรียนคิดว่าจำนำไปใช้ในการ ดำรงชีวิตได้เพียงใด ๑๒.การทำวัตร เช้า-เย็น ช่วยให้นักเรียนสบายใจ มากน้อยเพียงใด ๑๓.การฝึกกายบริหารตอนเช้า ช่วยให้นักเรียนสดชื่นเพียงใด ๑๔.ตารางการฝึกอบรมคุณธรรม มีความเหมาะสมเพียงใด ๑๕.นักเรียนได้รับความอบอุ่นและการเอาใจใส่จากอาจารย์ประจำกลุ่ม มากน้อย เพียงใด ๑๖.นักเรียนได้รับการบริการด้านที่พัก สะดวก สบาย เพียงใด ๑๗.การรับประทานอาหารที่มีระเบียบ ทำให้นักเรียนรู้สึกประทับใจเพียงใด ๑๘.การจัดทำเอกสารดีมากน้อยเพียงใด ๑๙.หลังจากการอบรม นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ด้านคุณธรรม หลักธรรม ของศาสนามากขึ้น เพียงใด ๒๐.นักเรียนคิดว่า การอบรมครั้งนี้จะทำให้นักเรียนปฏิบัติตนได้อย่างถูกทำนอง คลองธรรม เพียงใด ๒๑.ความประทับใจในการอบรมครั้งนี้ ----------------------------------------------------------      ---------------------------------------------------------- ๒๒.ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นเพิ่มเติม ---------------------------------------------------------- ---------------------------------------------------------- แบบประเมิน สำหรับครูอาจารย์ การเข้าค่ายอบรมคุณธรรม และวิทยากร "ค่ายพุทธบุตร" โรงเรียนบางกรวย อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี วันที่ ๑๔ - ๑๖ สิงหาคม ๒๕๓๕ -------------------- คำชี้แจง  ขอให้ครูอาจารย์ได้แสดงความคิดเห็นของตนเอง  ต่อการจัดการอบรม       ในครั้งนี้ให้มากที่สุด ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ต่อการจัดอบรมในครั้งนี้ ๑.  ความเหมาะสมของการเตรียมสถานที  ระบบแสงเสียง ที่พักอาหาร ตลอดจน      การอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ -------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------- ๒. ความร่วมมือของครูอาจารย์ ในทุก ๆด้าน -------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------- ๓. ความร่วมมือของนักเรียนในทุก ๆ ด้าน -------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------- ๔. ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นเพิ่มเติม -------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------- ใบสำรวจศีล ให้นักเรียนขีด  (  )  เมื่อทำได้ และขีด ( ) เมื่อทำไม่ได้ พร้อมกับบันทึกเหตุผลแต่ละข้อ   วัน/เดือน/ปี ข้อ๑ ข้อ๒ ข้อ๓ ข้อ๔ ข้อ๕ บันทึกเหตุผล     -------------------------------------------------------------------     ------------------------------------------------------------------ -------------------------------------------------------------------     -------------------------------------------------------------------      (๓๑ ช่อง) ------------------------------------------------------------------- ชื่อ.................นามสกุล....................ชั้น.............กลุ่ม.....       สีลํ อาภรณํ เสฏฺฐํ ศีลเป็นอาภรณ์อันประเสริฐ เพลงประกอบกิจกรรม    ครูคือผู้ให้ เปลวเทียนต้านลมโหมกระหน่ำ ก็ยังเปล่งแสงแวววาม ยอดเปลวลู่ตามเมื่อลมพัดมา     เหมือนดวงใจแกร่งกล้า ของครูมั่นคงนักหนา ถ่ายทอดวิชาเพื่อศิษย์ทั้งปวง ครูคือผู้นำทางให้ ศิษย์รักมุ่งสู่หลักชัย ด้วยดวงฤทัยไม่วายแสนห่วง แม้เวลาลับล่วง แม้งานจะสุมหนักทรวง คุณครูทั้งปวงทุ่มเทด้วยใจ ครูมีหัวใจตั้งมั่น มีรักให้ศิษย์ทั่วกัน ไม่เคยคิดแบ่งไปให้ใคร รักที่ครูมอบให้     คือรักศิษย์ในดวงใจ เป็นโซ่สายใยเชื่อมโยงเรื่อยมา ดวงใจไม่เคยผันเปลี่ยน สอนศิษย์ด้วยความพากเพียร มาตรแม้นว่าเพียรจะด้อยน้อยค่า     ครูก็ภูมิใจว่า ศิษย์รักที่สั่งสอนมา มีธรรมจริยากันทั่วหน้าเอย. พระคุณที่สาม ครูบาอาจารย์ที่ท่านประทานความรู้มาให้ อบรมจิตใจให้รู้ผิดชอบชั่วดี     ก่อนจะนอนสวดมนต์อ้อนวอนทุกที ขอกุศลบุญบารมีส่งเสริมครูนี้ให้ร่มเย็น ครูมีบุญคุณจึงขอเทิดทูลเอาไว้เหนือเกล้า ท่านสั่งสอนเราอบรมให้เราไม่เว้น     ท่านอุทิศไม่คิดถึงความยากเย็น สอนจนรู้จัดเจนเฝ้าเน้นเฝ้าแนะมิได้อำพราง พระคุณที่สาม งดงามแจ่มใส แต่ว่าใครหนอใคร เปรียบเปรยครูไว้ว่าเป็นเรือจ้าง พลาดจากความจริง ยิ่งคิดยิ่งเห็นว่าผิดทาง มีใครบ้างแนะนำแนวทางอย่างครู บุญเคยทำมาแต่ปางใดใด เรายกให้ท่าน ตั้งใจกราบกรานระลึกคุณท่านกตัญญู     โรคและภัยอย่าได้แผ้วพานคุณครู ขอกุศลผลบุญค้ำชู ให้ครูเป็นสุขชั่วนิรันดร์ ให้ครูเป็นสุข ชั่ว     นิรันดร. แม่พิมพ์ของชาติ แสงเรืองเรืองที่ส่องประเทืองอยู่ทั่วเมืองไทย คือแม่พิมพ์อันน้อยใหญ่     โอ้ครูไทยในแดนแหลมทอง เหนื่อยยากเพียงใด ไม่เคยบ่นไปให้ใครเขามอง     ครูนั้นยังลำพอง ในเกียรติของตนเสมอมา ที่ทำงานช่างสุดกันดารในป่าดงไพร ถึงจะไกลก็เหมือนใกล้ เร่งรุดไปให้ทันเวลา     กลับบ้านไม่ทันบางวันต้องไปอาศัยหลวงตา ครอบครัวคอยท่าไม่รู้ว่าไปอยู่ไหน ถึงโรงเรียนก็เจียนจะสายจวนได้เวลา เห็นศิษย์รออยู่พร้อมหน้า ต้องรีบมาทำการสอน   ไม่มีเวลาที่จะได้มาหยุดพอพักผ่อน โรงเรียนในดงป่าดอน ให้โหยอ่อนสะท้อนอุรา ชื่อของครูฟังดูก็รู้ชวนชื่นใจ งานที่ทำก็ยิ่งใหญ่ สร้างชาติไทยให้วัฒนา     ฐานะของครูใครใคร ก็รู้ว่าด้อยนักหนา ยังสู้ทนอุตส่าห์สั่งสอนศิษย์มาก็หลายปี นี่แหละครูที่ให้ความรู้อยู่รอบเมืองไทย หวังสิ่งเดียวคือขอให้ เด็กของไทยในผืนธานี     ได้มีความรู้เพื่อช่วยเชิดชูไทยให้ผ่องศรี ครูก็ภูมิใจที่สมความเหนื่อยยากตรากตรำมา ทำดีได้ดี คนเราทุกคนว่ายวนผลกรรมนำเนื่อง ตกต่ำรุ่งเรืองเกี่ยวเนื่องแต่กรรมของตน     ความดีค้ำจุนจากบุญกุศล ความชั่วจากบาปทุกข์ทนเพราะตนนั้นก่อเวรไว้ บางคนถือดีมั่งมีเพราะทำกรรมชั่ว นั้นบาปสาบตัวเกลือกกลั้วมัวเมาเขลาไป   บางคนระอาว่าเหตุไฉน ทำดีแต่จนเหลือใจ ไม่เห็นได้ดีเหมือนว่า อย่าเพลินถือว่าเงินเป็นใหญ่ จิตใจเหนือสิ่งใดล้ำค่า เพราะความทุกข์ความสุขใด     เป็นที่ใจ ใช่ที่ตา อย่าพะวงหลงลืมตน ทำดีทุกทีต้องมีผลดีโดยทั่ว ก่อกรรมทำชั่ว ได้ชั่วตอบแทนทุกคน คนดีรักดี โชคดีมีผล คนชั่ว ชั่วโฉดเฉาชน ไม่พ้นผลกรรมซ้ำเติม ใครหนอ ใครหนอรักเราเท่าชีวี ใครหนอปราณีไม่มีเสื่อมคลาย ใครหนอรักเราใช่เพียงรูปกาย     รักเขาไม่หน่าย ไม่คิดทำลาย ใครหนอ ใครหนอรักเราเท่าทรวงใน ใครหนอเอาใจปลอบเราเรื่อยมา ใครหนอรักเรา     ดังดวงแก้วตา รักเขากว้างกว่า ผืนพสุธา นภากาศ จะเอาโลกมาทำปากกา จะเอานภามาแทนกระดาษ เอาน้ำหมดมหาสมุทรแทนหมึกวาด   ประกาศพระคุณไม่พอ ใครหนอรักเราเท่าชีวัน ใครหนอใครกันให้เราขี่คอ(คุณพ่อ-คุณแม่) ใครหนอชักชวน    ดูหนังสี่จอ รู้แล้วละก็ อย่ามัวรั้งรอ ทดแทนบุญคุณ อ้อมอกแม่ คำใดไม่ซึ้งตรึงใจเหมือนแม่ อันพระคุณปกแผ่ให้แก่ลูกน้อยกลอยใจ     อกแม่เคยโอบอ้อม เห่กล่อมละมุนละไม ยุงเอ๋ยเคยกินริ้นไต่ แม่เฝ้าแกว่งไกวลูกให้นิทรา มองไปใจหายไม่วายแสนเศร้า ครวญถึงวันก่อนเก่า ใจเฝ้าขาดแม่แลหา     ดั่งนกน้อยคอยเหยื่อ แม่เผื่อด้วยความเมตตา นกน้อยคอยแม่ไม่มา โอ้ว่าแม่จ๋าแม่อยู่แห่งใด ยามใดหมองหม่นขาดคนเหลียวแล มองเห็นก็แต่แม่ ที่อยู่ใกล้ น้ำตาลูกไหล   แม่ซับน้ำตาให้ด้วยใจรักเวทนา อ้อมอกแม่เอย แม่เคยรับซับน้ำตา พระคุณยิ่งพสุธา     ขาดแม่แลหาเปลี่ยวใจ บุญคุณอันนี้ไม่มีเหมือนแม่ ใครเขาจะเผื่อแผ่ให้แก่เรานั้นอันใด อ้างว้างใจแสนเศร้า     เปลี่ยวเปล่าเหมือนอยู่ป่าไกล แม่จ๋าพระคุณยิ่งใหญ่ อ้อมอกแม่ไซร้ลูกไม่เคยลืม พระคุณแม่ เมื่ออยู่ในท้องของแม่เรา แม่ทุกข์แม่เศร้า แม่เฝ้าระวังเหลือหลาย เผ็ดหวานมันเปรี้ยว แม่เขี้ยวแล้วยังต้องคาย กลัวเผ็ดจะไปทำลาย ทำร้ายสายเลือดในครรภ์      ลูกเกิดมาแล้วเหมือนแก้วใจ เรือดริ้นยุงไต่ แม่ปัด แม่ไกว แม่กัน ลูกหิวคอยป้อน     ลูกร้อนพัดวีให้พลัน แม่เฝ้าเป็นคืนเป็นวันบุญคุณนั้นแม่ไม่ทวง ย่างสู่วัยเรียน แม่เพียรหาเงินส่งให้ บางทีเงินที่ได้ จากเหงื่อไคลและน้ำตาร่วง     ผิดถูกชั่วดีแม่ชี้ให้รู้ทั้งปวง โตแล้วแม่ยังต้องห่วง เฝ้าหวงลูกดังชีวี นี้คือรักแท้ของแม่เรา จะหาใดเล่า เทียบเท่าบุญคุณแม่นี้ ครอบหล้าจบ บวกลบหา     ค่าที่มี ถ้าเทียบคุณงามความดี ครอบฟ้านี้แม่ก็เทียม ค่าน้ำนม แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง ที่เฝ้าหวงห่วงลูกแต่หลังเมื่อยังนอนเปล     แม่เราเฝ้าโอละเห่ กล่อมลูกน้อยนอนเปล ไม่ห่างหันเหไปจนไกล แต่เล็กจนโตโอ้แม่ถนอม แม่ผ่ายผอมย่อมเกิดแต่รักลูกปักดวงใจ     เติบโตโอ้เล็กจนใหญ่ นี้แหละหนาอะไร มิใช่ใดหนาเพราะค่าน้ำนม ครวญคิดพินิจให้ดี ค่าน้ำนมแม่นี้ จะมีอะไรเหมาะสม โอ้ว่าแม่จ๋า ลูกคิดถึงค่าน้ำนม     เลือดในอกผสม กลั่นเป็นน้ำนมให้ลูกดื่มกิน ค่าน้ำนมควรชวนให้ลูกฝัน แต่เมื่อหลังเปรียบดังผืนฟ้าหนักกว่าแผ่นดิน     บวชเรียนพากเพียรจนสิ้น หยดหนึ่งน้ำนมกิน ทอแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย ฯ